พระยมตัดสินโดยมีจิตรคุปต์อ่านบัญชีกรรม สวรรค์และนรกเป็นที่พักชั่วคราว รับผลครบแล้วกลับมาเกิด เป้าหมายสูงสุดคือโมกษะ
ตามศาสนาฮินดู ตายแล้วยมทูตพาวิญญาณไปศาลพระยม จิตรคุปต์ผู้จดบัญชีกรรมของทุกชีวิตอ่านให้ฟัง พระยมชั่งบุญกับบาป คนดีไปสวรรค์ คนบาปลงนรกขุมใดขุมหนึ่ง แต่ทั้งสวรรค์และนรกโดยทั่วไปเป็นที่พักชั่วคราว รับผลครบแล้วกลับมาเกิดสูงหรือต่ำตามบุญบาป เป้าหมายสูงสุดของฮินดูจึงอยู่เหนือสวรรค์ขึ้นไป คือโมกษะ การพ้นจากการเวียนเกิด
ปุราณะแบ่งจักรวาลเป็น 14 โลก บน 7 ล่าง 7 โลกบนเริ่มจากภูโลกที่เราอยู่ สวรรค์ของพระอินทร์อยู่ชั้นที่ 3 และชั้นบนสุดคือสัตยโลกของพระพรหม ฝ่ายที่นับถือพระวิษณุยังวางไวกุณฐ์ไว้สูงกว่านั้น ส่วนนรก ภาควตปุราณะ วิษณุปุราณะ และเทวีภาควตปุราณะนับได้ 28 ขุม แล้วบอกต่อว่ายังมีอีกนับร้อยนับพัน โลกล่าง 7 ชั้นที่เรียกรวมว่าปาตาลเป็นคนละที่กับนรก
แหล่งของฮินดูมีหลายชั้นและหลายยุค ชั้นเก่าสุดคือพระเวท อย่างฤคเวทและอถรรพเวท ต่อด้วยอุปนิษัทและภควัทคีตา แล้วจึงเป็นปุราณะอย่างภาควตปุราณะกับครุฑปุราณะ ซึ่งเป็นที่มาของรายละเอียดนรกส่วนใหญ่ ภาคเปรตขัณฑ์ของครุฑปุราณะเองมีสามฉบับที่ต่างกันมาก และ Monier-Williams เขียนไว้ในปี 1891 ว่าพิธีศพฮินดูไม่ได้ตรงกับคัมภีร์นี้เสมอ ฮินดูยังแยกเป็นหลายสำนัก ตัวเลขในหน้านี้จึงบอกที่มาทุกครั้ง
สวรรค์ฮินดูมีกี่ชั้น: 7 โลกบน
ถ้าถามว่าสวรรค์ฮินดูมี 7 ชั้นไหม คำตอบคือ 7 โลกบนนับโลกมนุษย์เป็นชั้นแรกด้วย สวรรค์ในความหมายที่คนไทยคุ้นคือชั้นที่ 3 ของพระอินทร์ ระบบนี้ก็ไม่ได้มีมาตั้งแต่ต้น พระเวทยุคแรกเห็นโลกเป็นสามภพ คือ ดิน บรรยากาศ และสวรรค์ ปลายยุคพระเวทเพิ่มมหะ ชนะ ตปะ และสัตยโลก แล้วผู้อธิบายยุคปุราณะจึงขยายเป็น 14 โลก หน้าวิกิพีเดียภาษาอังกฤษเรื่องโลกว่ายิ่งขึ้นไปชั้นบนยิ่งบริสุทธิ์และยิ่งปล่อยวางวัตถุ และยังมีอีกรายการ 14 โลกที่ใส่ปิตฤโลก โสมโลก อินทรโลก คนธรรพโลก รากษสโลก และยักษโลกเข้าไปแทน
ภาพจักรวาลของฮินดูยังผูกกับร่างของพระวิษณุ หัวถึงท้องเป็นสวรรค์ สะโพกเป็นโลก ขาเป็นปาตาล และเท้าวางบนพญานาคเศษ ปุราณะยังบอกว่ามีจักรวาลนับไม่ถ้วน แต่ละจักรวาลมีพระพรหม พระวิษณุ และพระศิวะของตัวเอง ส่วนฮินดูปัจจุบันมักวางสวรรค์ของพระอินทร์ไว้ต่ำกว่าไวกุณฐ์ของพระวิษณุและไกลาสของพระศิวะ ทั้งทางจิตวิญญาณและทางกายภาพ
| ชั้น | ชื่อ | ใครอยู่ หรือเป็นอย่างไร |
|---|---|---|
| 1 | ภูโลก | โลกมนุษย์ · ภารตวรรษ (อนุทวีปอินเดีย) เป็นแดนที่ผลกรรมพาไปสวรรค์หรือนรก |
| 2 | ภุวรโลก | ชั้นดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ |
| 3 | สวรโลก หรือสวรรค์ (อินทรโลก) | พระอินทร์กับพระนางอินทราณี เทวดา คนธรรพ์ อัปสร · เมืองหลวงอมราวดี |
| 4 | มหรโลก | หนึ่งในสี่ชั้นที่เพิ่มเข้ามาปลายยุคพระเวท · แหล่งไม่ได้บรรยายผู้อยู่ |
| 5 | ชนโลก | แหล่งไม่ได้บรรยาย |
| 6 | ตโปโลก | แหล่งไม่ได้บรรยาย |
| 7 | สัตยโลก หรือพรหมโลก | พระพรหม · ชั้นบนสุดของ 14 โลก |
| เหนือขึ้นไป (ฝ่ายไวษณพ) | ไวกุณฐ์ | พระวิษณุกับพระลักษมี · รามานุชะว่าเป็นแดนนิรันดร์ไม่เสื่อม |
| เหนือขึ้นไป (ฝ่ายไศวะ) | ไกลาส | ที่ประทับของพระศิวะ |
สวรรค์ของพระอินทร์: ใครได้ไป อยู่นานแค่ไหน
เทพปกรณัมพระเวทวาดสวรรค์ไว้ว่าเต็มไปด้วยน้ำอมฤต มีสระบัว สระเหล้า นม เนยใส และลำธารน้ำผึ้ง เมืองหลวงชื่ออมราวดี ช้างไอราวตะเฝ้าประตู และต้นกัลปพฤกษ์อยู่กลางสวนนันทนะ สวรรค์ทั้งชุดตั้งอยู่บนและเหนือเขาพระสุเมรุ ผู้ที่อยู่ที่นั่นมีทั้งฤๅษี วีรชนที่ตายในสนามรบ ผู้บำเพ็ญตบะหนัก คนธรรพ์ คุหยกะ และอัปสร
ทางขึ้นไปเปลี่ยนไปตามยุค พระเวทเน้นการประกอบยัญพิธีให้ถูกต้อง แหล่งรุ่นหลังพูดถึงบุญ (ปุณยะ) การให้ทาน การพูดจาดี ความซื่อตรง และอหิงสา คนที่มีคุณธรรมสูงมากไปสวรรค์ได้ตรงโดยไม่ต้องผ่านศาลพระยม แต่สวรรค์ไม่ใช่ปลายทาง ภควัทคีตาบทที่ 9.21 ว่าผู้ที่เสพสุขในสวรรค์จนบุญหมดแล้วจะกลับมาเกิดในโลกมนุษย์ วนไปวนมาแบบนี้
ที่พ้นจากวงนี้ได้คือโมกษะ ฝ่ายไวษณพของรามานุชะถือว่าไวกุณฐ์เป็นแดนนิรันดร์ไม่เสื่อม และมีความเชื่อว่าคนที่ถูกเผาที่ท่ามณิกรรณิกา เมืองพาราณสี จะบรรลุโมกษะ อีกปลายทางหนึ่งคือปิตฤโลก ที่อยู่ของบรรพบุรุษ พิธีศพที่ทำถูกต้องเชื่อว่าพาผู้ตายไปถึงที่นั่น และควันจากการเผาศพพาขึ้นไป พระเวทเล่าว่าพระยมเป็นมนุษย์คนแรกที่ตาย ท่านเลือกตายเองแล้วเปิดทางไปอีกโลกที่บรรพบุรุษอยู่ แต่แหล่งไม่ได้พูดถึงการได้พบคู่ครองหรือลูกโดยเฉพาะ
นรก 28 ขุม: บาปอะไร โทษอะไร
ตารางนี้ตามภาควตปุราณะ จากวิกิพีเดียภาษาอังกฤษหน้านรกในศาสนาฮินดู ชื่อไทยถอดจากชื่อสันสกฤต ภาควตปุราณะวางนรกไว้ใต้โลก ระหว่างปาตาล 7 ชั้นกับมหาสมุทรครรโภทก ทางใต้สุดของจักรวาล ผู้ลงโทษคือยมทูต เทวีภาควตปุราณะใช้ชื่อตรงกันเกือบหมด ต่างแค่ 5 ชื่อ หลายขุมผูกบาปกับวรรณะหรือตำแหน่งของผู้ทำ เช่น พราหมณ์ กษัตริย์ ขุนนาง หรือศูทร
จำนวนขุมไม่ได้เท่ากันทุกคัมภีร์ มนุสมฤติกับยาชญวัลกยสมฤตินับ 21 ขุม บางคัมภีร์นับ 7 ขุม เช่น ปุตสำหรับคนไร้บุตร วิกิพีเดียภาษาทมิฬว่าครุฑปุราณะบรรยายละเอียดแค่ 4 ขุม คือตามิสระ อันธตามิสระ เรารวะ และมหาเรารวะ ส่วนอถรรพเวทซึ่งเก่ากว่ามาก พูดถึงแดนมืดที่ขังฆาตกรหลังตาย ปาตาลก็มีสองภาพ หน้าปาตาลว่าเต็มไปด้วยอัญมณี สวน ทะเลสาบ และหญิงอสูรงาม นารทว่าสวยกว่าสวรรค์ แต่หน้าโลกว่าโลกล่างอาจถือเป็นนรกแบบต่างๆ ได้
เรื่องเวลา คัมภีร์ส่วนใหญ่ว่านรกเป็นที่พักชั่วคราว รับโทษครบแล้วไปเกิดใหม่ ตัวเลขที่มีก็เป็นรายขุม กุมภีปากะนานเท่าจำนวนขนสัตว์ที่ฆ่า กฤมิโภชนะ 100,000 ปี ข้อยกเว้นคือมัธวาจารย์แห่งสำนักทไวตะ ที่ถือว่าวิญญาณประเภทตโมโยคยะถูกลงทัณฑ์ชั่วนิรันดร์ในอันธตมัส มนุสมฤติยังนับบาปใหญ่ 5 ประการ (มหาปาตกะ) คือฆ่าพราหมณ์ ผู้บริสุทธิ์ หรือผู้รู้ เสพของมึนเมา ขโมย ล่วงเกินภรรยาของครู และคบหาผู้ทำ 4 ข้อแรก ผู้ทำต้องทุกข์ในนรกแล้วไปเกิดใหม่
| ขุม | บาปที่พาไป | โทษ |
|---|---|---|
| 1 ตามิสระ (ความมืด) | แย่งทรัพย์ ภรรยา หรือบุตรของผู้อื่น | ถูกมัด อดอาหาร และถูกยมทูตตีจนสลบ |
| 2 อันธตามิสระ (มืดบอด) | หลอกผู้อื่นแล้วเสพภรรยาหรือบุตรของเขา | ถูกทรมานจนเสียสติและตาบอด |
| 3 เรารวะ | ทำร้ายสัตว์อื่น อิจฉาผู้อื่น | สัตว์ร้ายคล้ายงูชื่อรุรุทรมาน |
| 4 มหาเรารวะ | เสพสุขโดยเบียดเบียนสัตว์อื่น | รุรุพันธุ์ดุชื่อกรวยาทกินเนื้อ |
| 5 กุมภีปากะ (ต้มในหม้อ) | ทำอาหารจากสัตว์และนกทั้งเป็น | ต้มในน้ำมันเดือดนานเท่าจำนวนขนบนตัวสัตว์ที่ฆ่า (ปี) |
| 6 กาลสูตร | ฆ่าพราหมณ์ (เทวีภาควตว่าไม่เคารพพ่อแม่ ผู้ใหญ่ บรรพบุรุษ) | แดนทองแดงร้อนจัด ไฟเผาจากข้างล่าง ดวงอาทิตย์แผดจากข้างบน |
| 7 อสิปัตรวนะ | ออกนอกคำสอนพระเวท | ถูกเฆี่ยนในป่าต้นตาลใบดาบ |
| 8 สูกรมุขะ | กษัตริย์หรือขุนนางลงโทษคนบริสุทธิ์หรือพราหมณ์ | ถูกบดเหมือนหีบอ้อย |
| 9 อันธกูปะ | ทำร้ายผู้อื่นด้วยเจตนาร้าย ทำร้ายแมลง | ถูกนก สัตว์ สัตว์เลื้อยคลาน แมลงรุม ไม่ได้พัก |
| 10 กฤมิโภชนะ | ไม่แบ่งอาหารให้แขก ผู้ใหญ่ เด็ก และเทพ | เป็นหนอนในทะเลสาบหนอนกว้าง 100,000 โยชน์ นาน 100,000 ปี |
| 11 สันทังศะ | ปล้นพราหมณ์ ขโมยอัญมณีหรือทองทั้งที่ไม่ขาดแคลน | ร่างถูกฉีกด้วยลูกเหล็กแดงและคีม |
| 12 ตัปตสูรมี | ผิดประเวณี | ถูกเฆี่ยนและบังคับกอดรูปเหล็กเผาแดง |
| 13 วัชรกัณฏกศาลมลี | สมสู่กับอมนุษย์หรือสมสู่มากเกิน | ถูกมัดกับต้นงิ้วหนามวัชระแล้วกระชากให้หนามฉีก |
| 14 ไวตรณี | กษัตริย์หรือขุนนางละเลยหน้าที่ | แม่น้ำอุจจาระ หนอง เลือด กระดูก สัตว์น้ำดุร้ายกินเนื้อ |
| 15 ปูโยทะ | ศูทรและผู้คบหญิงต่ำหรือโสเภณี ใช้ชีวิตอย่างสัตว์ | ตกทะเลหนองและสิ่งปฏิกูล และต้องกินสิ่งเหล่านั้น |
| 16 ปราณโรธะ | ล่าสัตว์ด้วยหมาหรือลา | ยมทูตใช้เป็นเป้ายิงธนู |
| 17 วิศสนะ | หยิ่งในยศหรือทรัพย์ ฆ่าสัตว์บูชายัญเพื่ออวดฐานะ | ถูกเฆี่ยนแล้วถูกฆ่า |
| 18 ลาลาภักษะ | สามีบังคับภรรยาด้วยตัณหาเพื่อควบคุม | ถูกโยนลงแม่น้ำน้ำกามและบังคับให้ดื่ม |
| 19 สารเมยาทนะ | ปล้น วางเพลิง วางยาพิษ ขุนนางยึดเงินพ่อค้า ฆ่าหมู่ | หมาดุ 720 ตัว ลูกของสรมา รุมกิน |
| 20 อวีจิ | โกหกทั้งที่สาบาน หรือโกหกในการค้า | ถูกโยนหัวลงจากภูเขาสูง 100 โยชน์ซ้ำๆ ร่างแหลกแต่ไม่ตาย |
| 21 อยะปานะ | ผู้ถือคำสาบานหรือพราหมณ์ที่ดื่มสุรา | ถูกกรอกเหล็กหลอมเหลว |
| 22 กษารกรรทมะ | ไม่เคารพผู้ที่สูงกว่าด้วยกำเนิด ตบะ หรือความรู้ | ถูกโยนหัวลงและทรมาน |
| 23 รักโษคณโภชนะ | บูชายัญมนุษย์และกินเนื้อคน | เหยื่อกลับมาเป็นรากษสฟันด้วยมีดดาบ |
| 24 ศูลโปรตะ | ทำทีช่วยนกสัตว์แต่ทรมานมัน ฆ่าคนหลังได้ความไว้ใจ | ถูกแทงด้วยหลาวแหลม นกกินเนื้อจิกกิน |
| 25 ทันทศูกะ | ทำร้ายผู้อื่นเหมือนงูเพราะริษยาและโกรธ | ถูกงูห้าหรือเจ็ดเศียรกลืน |
| 26 อวฏนิโรธนะ | กักขังผู้อื่นในบ่อมืดหรือถ้ำ | ถูกผลักลงบ่อมืดที่มีควันพิษ |
| 27 ปรยาวรรตนะ | เจ้าบ้านต้อนรับแขกด้วยสายตาโหดและคำด่า | แร้ง นกกระสา กาจิกตา |
| 28 สูจีมุขะ | หยิ่งในเงิน ทำบาปเพื่อหาและรักษาทรัพย์ | ยมทูตเย็บด้ายทะลุทั้งร่าง |
การตัดสิน: พระยม จิตรคุปต์ ยมทูต
วรรณกรรมพระเวทว่าพระยมเป็นมนุษย์คนแรกที่ตาย ท่านเลือกตายเองและเปิดทางไปอีกโลก จึงเป็นเจ้าแห่งผู้ตาย ฮินดูรุ่นหลังเรียกท่านว่าธรรมราช เป็นเทพผู้รักษาทิศใต้และเทพแห่งความตาย ข้างกายมีจิตรคุปต์ เสนาบดีผู้เป็นนายทะเบียนของผู้ตาย จดการกระทำดีชั่วของทุกชีวิตไว้ในทะเบียนชื่ออัครสันธานี แล้วอ่านให้พระยมตัดสิน ส่วนยมทูตเป็นผู้พาวิญญาณมาศาล และในนรกก็เป็นผู้ลงโทษ คนบางกลุ่มไม่ต้องผ่านศาลนี้ คือผู้ได้โมกษะ ผู้ให้ทานโดยเฉพาะอาหาร ผู้พูดจริงเสมอ และวีรชนที่ตายในสนามรบ
ระหว่างทาง แม่น้ำเวตรณีคั่นโลกมนุษย์กับนรกของพระยม คนดีเห็นเป็นน้ำใสเหมือนน้ำอมฤต คนบาปเห็นเป็นเลือด ครุฑปุราณะว่ามีผู้พายเรือส่งวิญญาณข้ามโดยเก็บค่าข้าม และวัวที่ถวายตอนใกล้ตายทำให้ผู้ตายได้ลงเรือ ที่ทางเข้าวังพระยมมีหมาสี่ตาสองตัวชื่อศารวรกับศยามะ ซึ่งมีมาตั้งแต่ฤคเวท คนตายต้องผ่านหมาคู่นี้ก่อนถูกตัดสิน
มีเรื่องเล่าของคนที่ไปถึงพระยมแล้วกลับมา ในกฐอุปนิษัท เด็กชายนจิเกตะไปบ้านพระยม ได้พรสามข้อแล้วกลับมาหาพ่อ ในมหาภารตะ นางสาวิตรีเดินตามพระยมไปจนได้ชีวิตสามีคืน หลังการตัดสิน วิญญาณเกิดใหม่ได้ใน 84 แสนกำเนิด ทั้งคนและสัตว์ ตำนานเล่าว่าพระราชาอินทรทยุมน์ถูกฤๅษีสาปให้เกิดเป็นช้าง และช้างคเชนทร์ยังจำบทสวดที่เรียนในชาติก่อนได้
หลังตาย 13 วัน และ 1 ปีของเปรต
ชาวฮินดูโดยทั่วไปเผาศพบนกองฟอนริมแม่น้ำ ผู้นำพิธีคือบุตรชายคนโต ชายผู้ไว้ทุกข์ หรือพราหมณ์ เขาเดินเวียนรอบกองฟอน ใส่งาหรือข้าวในปากผู้ตาย และพรมเนยใสบนศพ ทุกคนที่ไปงานเผาต้องอาบน้ำทันทีหลังเสร็จ เพราะการเผาศพถือเป็นมลทิน อัฐิถูกนำไปลอยน้ำ ส่วนใหญ่ในแม่น้ำคงคา บางนิกายฝังศพคุรุหรือสาธุ และเด็กที่ตายก่อนวัยใช้การฝังตามฤคเวท 10.18 ครุฑปุราณะว่าเด็กที่ตายก่อนครบ 2 ขวบให้ฝังและไม่ต้องทำศราทธ์
หลังเผา ครอบครัวทำพิธีศราทธ์ราว 13 วัน หัวหน้าผู้ไว้ทุกข์กินวันละมื้อใน 11 วันแรก บางภูมิภาคบุตรชายและญาติชายโกนหัวแล้วเลี้ยงอาหารเรียบง่ายในวันที่ 10, 11 หรือ 12 ผู้ตายอยู่ในสภาพเปรต 1 ปี ญาติถวายก้อนข้าว (ปิณฑะ) 3 ชุด ชุดละ 16 ก้อน ตลอดปีเพื่อให้เปรตผ่านไปสู่ขั้นต่อไป ถ้าไม่ทำพิธีเหล่านี้ เชื่อว่าวิญญาณอาจเป็นเปรตไปตลอดกาล ภาคเปรตขัณฑ์ของครุฑปุราณะเล่าว่าในปีแรกหลังตาย วิญญาณพบยมทูตและเดินทางไปนรก
หลังจากนั้นผู้ตายกลายเป็นบรรพบุรุษ ทุกปีมีปิตฤปักษ์ 16 วันทางจันทรคติ ราวเดือนกันยายน เชื่อว่าวิญญาณบรรพบุรุษออกจากปิตฤโลกมาพักที่บ้านลูกหลาน ลูกหลานถวายอาหาร ปิณฑะ และน้ำ ถ้ากามากินของเซ่นแปลว่ารับแล้ว เพราะกาถือเป็นผู้ส่งสารของพระยมหรือของวิญญาณบรรพบุรุษ ญาติบางคนเดินทางไปกาศี (พาราณสี) หรือคยาเพื่อทำปิณฑทาน เพราะเผาแล้วไม่มีหลุมศพให้ไหว้
ผีในคติฮินดู
ภูตคือวิญญาณที่ค้างอยู่เพราะตายอย่างรุนแรง มีเรื่องค้างคา หรือญาติไม่ทำพิธีศพให้ถูก เล่ากันว่าเท้ากลับหลัง ไม่มีเงา เสียงขึ้นจมูก และกลัวน้ำกับของที่ทำจากเหล็ก ผีหญิงชื่อจุเรลก็เท้ากลับหลังเหมือนกัน ความเชื่อพื้นบ้านบางถิ่นว่าหญิงที่ตายขณะคลอดหรือตายผิดธรรมชาติกลายเป็นจุเรล ซึ่งไม่ได้มาจากคัมภีร์หลัก ส่วนปิศาจ เวตาล และเปรต สิงอยู่ตามป่าช้าเผาศพ เวตาลเข้าสิงศพได้ วิธีทำให้ผีสงบคือบูชาหรือถวายของ
เรื่องการฆ่าตัวตาย วิกิพีเดียภาษาไทยสรุปจากคัมภีร์ฮินดูว่าผู้ที่จบชีวิตตนเองไม่ได้ไปภพใหม่ทันที แต่เป็นวิญญาณเร่ร่อนอยู่บนโลกจนถึงเวลาที่ควรตายตามธรรมชาติ มหาภารตะว่าไปไม่ถึงแดนสวรรค์ที่เป็นสุข บางคัมภีร์ใช้คำอธิบายเดียวกันกับการตายอย่างรุนแรงทุกแบบ ถ้าคุณหรือคนใกล้ตัวกำลังคิดเรื่องนี้ โทรคุยกับสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ได้
เทียบกับทั้งโลก
ฮินดูเป็นต้นทางของผู้ตัดสินที่พบบ่อยที่สุดในเอเชีย ในซีรีส์ตายแล้วไปไหน ยมที่เปลี่ยนชื่อไปตามภาษา ตั้งแต่ยมะของอินเดียถึงพระยมของไทย พบใน 16 ความเชื่อ ทั้งหมดอยู่ในเอเชีย เรื่องนรก จาก 127 ความเชื่อที่พูดถึงแดนล่าง มีแค่ 41 ที่แบ่งหลายขุม และฮินดูอยู่ในกลุ่มนี้ด้วย 28 ขุมของภาควตปุราณะ บาปที่ถูกลงโทษในหลายความเชื่อที่สุดทั่วโลกคือการฆ่า พบ 17 ความเชื่อ ส่วนต้นไม้หนามสำหรับคนผิดประเวณีพบ 3 ความเชื่อในเอเชีย คือต้นงิ้วของไตรภูมิ งิ้วหนามวัชระของฮินดู และต้นไม้ใบดาบของญี่ปุ่น
เรื่องเวลา ฮินดูอยู่ฝั่งที่ถกเถียง คัมภีร์ส่วนใหญ่ว่านรกชั่วคราว แต่มัธวาจารย์ว่ามีคนอยู่ถาวร ทั้งโลกมี 56 ความเชื่อที่ตอบเรื่องนี้ 19 ว่าไม่ถาวร 5 ว่าถาวร และ 9 ยังเถียงกัน ช่วงก่อนเกิดใหม่ของฮินดูยาวกว่าเพื่อนบ้าน เถรวาทตามอภิธรรมว่าเกิดทันที ทิเบตว่าไม่เกิน 49 วัน ฮินดูว่า 1 ปี ส่วนสวรรค์ ใน 48 ความเชื่อที่นับเป็นชั้น เลขที่พบบ่อยที่สุดคือ 7 และสวรรค์ของพระอินทร์อยู่ชั้นที่ 3 ในฮินดูแต่ชั้นที่ 2 ในพุทธ เพราะฮินดูนับโลกมนุษย์ด้วย ความเชื่อที่มีตำรามากอย่างฮินดูจึงมีรายละเอียดให้เล่ามากกว่า ส่วนความเชื่อที่ข้อมูลบางไม่ได้แปลว่าเขาไม่เชื่อ ภาพรวมทั้งโลกอ่านต่อได้ในซีรีส์ /blog/after-death/
คำถามที่คนถามบ่อย
สวรรค์ฮินดูมีกี่ชั้น
ปุราณะนับโลกบน 7 ชั้น คือ ภูโลก ภุวรโลก สวรโลก มหรโลก ชนโลก ตโปโลก และสัตยโลก โดยชั้นแรกคือโลกมนุษย์ สวรรค์ของพระอินทร์คือชั้นที่ 3 ฝ่ายไวษณพและไศวะยังวางไวกุณฐ์กับไกลาสไว้สูงกว่านั้น
นรกฮินดูมีกี่ขุม
ภาควตปุราณะ วิษณุปุราณะ และเทวีภาควตปุราณะนับ 28 ขุม แล้วว่ายังมีอีกนับร้อยนับพัน มนุสมฤตินับ 21 ขุม บางคัมภีร์นับ 7 และครุฑปุราณะบรรยายละเอียด 4 ขุม
พญายมราชคือใคร
ในพระเวท พระยมเป็นมนุษย์คนแรกที่ตายและเปิดทางไปโลกของบรรพบุรุษ จึงเป็นเจ้าแห่งผู้ตาย ฮินดูรุ่นหลังเรียกว่าธรรมราช เทพผู้รักษาทิศใต้และเทพแห่งความตาย ผู้ชั่งบุญบาปของผู้ตาย โดยมีจิตรคุปต์เป็นผู้จดบัญชีกรรม
ยมราชกับยมทูตต่างกันยังไง
ในคติฮินดู ยมราชเป็นผู้ตัดสิน ยมทูตเป็นผู้ส่งสารของพระยม ทำหน้าที่พาวิญญาณมาศาลและลงโทษในนรก ส่วนจิตรคุปต์เป็นนายทะเบียนที่จดการกระทำของทุกคน
ตายแล้วไปไหนตามศาสนาฮินดู
ยมทูตพาไปศาลพระยม คนดีไปสวรรค์ คนบาปลงนรก ทั้งสองที่ชั่วคราว แล้วกลับมาเกิดตามบุญบาป ผู้ที่ทำพิธีศพถูกต้องไปปิตฤโลกของบรรพบุรุษ และผู้บรรลุโมกษะพ้นจากการเวียนเกิด
ขึ้นสวรรค์แล้วอยู่ตลอดไปไหม
ไม่ ภควัทคีตาบทที่ 9.21 ว่าผู้ที่เสพสุขในสวรรค์จนบุญหมดจะกลับมาเกิดในโลกมนุษย์ ที่ถือว่านิรันดร์คือไวกุณฐ์ของฝ่ายไวษณพและโมกษะ
ปิตฤปักษ์คืออะไร
ช่วง 16 วันทางจันทรคติ ราวเดือนกันยายน ที่ชาวฮินดูถวายอาหาร ก้อนข้าว และน้ำแก่บรรพบุรุษ เชื่อว่าวิญญาณบรรพบุรุษออกจากปิตฤโลกมาพักที่บ้านลูกหลาน และถ้ากามากินของเซ่นแปลว่ารับแล้ว
แหล่งที่มาของความเชื่อที่อ้างถึง (60)
วิธีนับ: รวบรวม 370 ความเชื่อจากทุกทวีป ทั้งที่ยังมีคนนับถือและอารยธรรมโบราณ จากแหล่งหลายสิบภาษา นับ 1 ความเชื่อเป็น 1 เสียง และนับเฉพาะที่มีแหล่งยืนยัน ความเชื่อที่ไม่ปรากฏในหน้านี้ไม่ได้แปลว่าไม่มีความเชื่อนั้น อาจแค่ยังไม่มีเอกสารที่เราค้นถึง ศาสนาที่มีคัมภีร์มาก (พุทธ ฮินดู จีน ยิว คริสต์ อิสลาม) จึงมีรายละเอียดมากกว่าความเชื่อที่เล่าปากต่อปาก ข้อมูลบางส่วนมาจากบันทึกของมิชชันนารีหรือคนนอก หน้านี้ไม่ได้ตัดสินว่าความเชื่อไหนถูก
เทียบกับทั้งโลก: สวรรค์มีกี่ชั้น · นรกมีกี่ขุม · แผนที่สวรรค์–นรก
ศาสนาอื่น: ไตรภูมิ (คติไทย) · จีน · คริสต์ · อิสลาม