คริสต์สอนว่าคนตายครั้งเดียว แล้วไปสวรรค์หรือนรก พระคัมภีร์ไม่ได้นับชั้น ไฟชำระเป็นของคาทอลิก และนรก 9 วงมาจากบทกวีของดันเต
ศาสนาคริสต์กระแสหลักสอนว่าคนเราตายครั้งเดียว ไม่กลับชาติมาเกิด หลังตายไปสวรรค์หรือนรก และทั้งสองแห่งเป็นนิรันดร์ ผู้ตัดสินคือพระเจ้าผ่านพระเยซูคริสต์ หลายนิกายเชื่อว่ามีการพิพากษาเฉพาะตัวทันทีที่ตาย แล้วจะมีการพิพากษาครั้งสุดท้ายของทุกคนเมื่อพระคริสต์เสด็จกลับมา คาทอลิกเพิ่มไฟชำระ เป็นการชำระชั่วคราวของคนที่จะได้ไปสวรรค์ ส่วนโปรเตสแตนต์ส่วนใหญ่ไม่รับ
สวรรค์มีกี่ชั้นและนรกมีกี่ขุม พระคัมภีร์ไม่ได้ให้ตัวเลขไว้ เปาโลพูดถึง "ฟ้าชั้นที่สาม" ใน 2 โครินธ์ 12:2 ส่วนเลข 7 และ 10 ชั้นมาจากนักเขียนยุคแรกและคัมภีร์นอกสารบบ นรก 9 วงที่คนค้นกันมากมาจากบทกวี Divine Comedy ของดันเต ซึ่งเป็นวรรณกรรม ไม่ใช่หลักคำสอนของคริสตจักร
หน้านี้แยกแหล่งเป็น 3 ชั้นตลอดทั้งเรื่อง ชั้นแรกคือพระคัมภีร์ไบเบิล ชั้นที่สองคือคำสอนที่แต่ละนิกายอธิบายต่อภายหลัง เช่นคำสอนพระศาสนจักรคาทอลิก (1992/1997) และคำประกาศความเชื่อเวสต์มินสเตอร์ของสายรีฟอร์ม (1646) ชั้นที่สามคือวรรณกรรมและศิลปะ เช่นดันเตและภาพวาดวันพิพากษา คริสต์มีสามสายใหญ่ คือคาทอลิก ออร์โธดอกซ์ และโปรเตสแตนต์ ซึ่งตอบบางเรื่องไม่เหมือนกัน เรื่องไหนต่างกันจะบอกไว้ตรงนั้น
ตายแล้วไปไหน: พระคัมภีร์เล่าอะไรไว้
เรื่องที่เล่าภาพหลังความตายชัดที่สุดในพระคัมภีร์คือเรื่องเศรษฐีกับลาซารัสในลูกา 16 ลาซารัสคนยากจนตาย ทูตสวรรค์พาไปอยู่กับอับราฮัม เศรษฐีตายแล้วถูกฝัง ไปอยู่ในฮาเดส ถูกทรมานในเปลวไฟ เขาขอให้ลาซารัสเอาปลายนิ้วจุ่มน้ำมาแตะลิ้นให้เย็น แต่ระหว่างสองฝั่งมีเหวใหญ่ ข้ามไปมาไม่ได้ ข้อ 22 ของบทนี้คือที่มาของความเชื่อว่าทูตสวรรค์เป็นผู้พาวิญญาณไป
คำว่า hell ในพระคัมภีร์ภาษาอังกฤษแปลมาจาก 4 คำ เชโอลในภาษาฮีบรูกับฮาเดสในภาษากรีก โดยทั่วไปหมายถึงหลุมศพ ที่พำนักชั่วคราวของผู้ตาย เกเฮนนาในพันธสัญญาใหม่คือที่ที่ทั้งวิญญาณและร่างกายถูกทำลายได้ใน "ไฟที่ไม่มีวันดับ" และทาร์ทารัสซึ่งมีครั้งเดียวใน 2 เปโตร 2:4 เป็นที่ลงโทษใต้ดินที่ลึกกว่าฮาเดส คำว่านรกในฉบับแปลจึงมาจากต้นฉบับได้หลายคำ
ภาพการตัดสินที่คนอ้างบ่อยอยู่ในมัทธิว 25 บุตรมนุษย์ประทับบนบัลลังก์ รวบรวมทุกประชาชาติแล้วแยกคนเหมือนผู้เลี้ยงแยกแกะจากแพะ เกณฑ์ที่บทนี้ยกคือให้อาหารคนหิว ให้น้ำคนกระหาย ต้อนรับคนแปลกหน้า ให้เสื้อผ้า ดูแลคนป่วย และเยี่ยมคนติดคุก ข้อ 46 ปิดว่าพวกหนึ่งไปรับโทษนิรันดร์ ผู้ชอบธรรมไปสู่ชีวิตนิรันดร์ ส่วนวิวรณ์ 21:8 บอกว่าคนขี้ขลาด คนไม่เชื่อ ฆาตกร คนล่วงประเวณี คนใช้เวทมนตร์ คนไหว้รูปเคารพ และคนโกหกทั้งปวง มีส่วนในบึงไฟและกำมะถัน ซึ่งเรียกว่าความตายครั้งที่สอง แต่ละนิกายตีความเรื่องการกลับใจและการอภัยในข้อนี้ต่างกัน
สวรรค์เป็นอย่างไร มีกี่ชั้น
สวรรค์ในคริสต์ตามธรรมเนียมคือที่ตั้งบัลลังก์ของพระเจ้าและเหล่าทูตสวรรค์ และเป็นที่พำนักของผู้ชอบธรรมที่ตายไปแล้ว คำสอนพระศาสนจักรคาทอลิกข้อ 1023 บอกว่าผู้ที่ตายในพระหรรษทานและได้รับการชำระครบแล้วมีชีวิตนิรันดร์กับพระคริสต์ ข้อ 1027 บอกว่าพระคัมภีร์พูดถึงสวรรค์เป็นภาพเปรียบ เช่น ชีวิต แสงสว่าง สันติ งานเลี้ยงสมรส บ้านของพระบิดา เยรูซาเล็มสวรรค์ และปาราดีส บางนิกายถือว่าสวรรค์ตอนนี้เป็นช่วงชั่วคราว ก่อนการฟื้นคืนชีพและแผ่นดินโลกใหม่
ภาพสวรรค์ที่คนคุ้นตามาจากวิวรณ์ 21 ซึ่งเล่านิมิตของฟ้าใหม่และแผ่นดินโลกใหม่ เมืองมีประตู 12 บาน แต่ละบานเป็นไข่มุกเม็ดเดียว ถนนเป็นทองคำบริสุทธิ์ใสเหมือนแก้ว เมืองไม่ต้องพึ่งดวงอาทิตย์หรือดวงจันทร์เพราะพระสิริของพระเจ้าเป็นแสงสว่าง ข้อ 4 บอกว่าพระองค์จะเช็ดน้ำตาทุกหยด ความตาย การไว้ทุกข์ และความเจ็บปวดจะไม่มีอีก ส่วนภาพนักบุญเปโตรยืนเฝ้าประตูสวรรค์เป็นภาพในวัฒนธรรมสมัยนิยม แหล่งบอกว่าไม่มีในศิลปะศาสนาแบบดั้งเดิม
นอกจากผู้ชอบธรรม ประเพณีภายหลังจัดทูตสวรรค์เป็น 9 คณะ แบ่งเป็น 3 วง ตามงาน De Coelesti Hierarchia ของ Pseudo-Dionysius ราวต้นศตวรรษที่ 6 วงบนสุดที่ใกล้พระเจ้าคือเสราฟ เครูบ และบัลลังก์ วงที่ใกล้มนุษย์ที่สุดมีอัครทูตสวรรค์และทูตสวรรค์ ลำดับนี้มาจากงานของนักเทววิทยา ในสามอัครทูตสวรรค์ที่คนรู้จัก มีคาเอลเป็นผู้ชนะซาตานในวาระสุดท้าย กาเบรียลเป็นผู้แจ้งข่าว และราฟาเอลเป็นผู้รักษาในหนังสือโทบิต
ส่วนคำถามว่าสวรรค์มีกี่ชั้น คริสต์กระแสหลักไม่ได้กำหนดจำนวน ตัวเลขที่คนเจอมาจากแหล่งคนละชั้นตามตารางนี้ ฟ้าชั้นที่สามของเปาโลอยู่ในพระคัมภีร์ แต่ไม่ได้บอกว่ามีทั้งหมดกี่ชั้น ส่วน 7 ชั้น 10 ชั้น และ 9 ทรงกลม มาจากงานนอกพระคัมภีร์
| แหล่ง | นับกี่ชั้น | ประเภทแหล่ง |
|---|---|---|
| คริสต์กระแสหลัก | ไม่กำหนดจำนวน สวรรค์คือที่ประทับของพระเจ้า | คำสอน |
| เปาโล 2 โครินธ์ 12:2-4 | พูดถึงฟ้าชั้นที่สาม ซึ่งถือว่าเป็นปาราดีส ไม่ได้บอกทั้งหมด | พระคัมภีร์ |
| อิเรเนอัส บิชอปศตวรรษที่ 2 | 7 ชั้น | นักเขียนคริสต์ยุคแรก |
| หนังสือเอโนค 2 ฉบับสลาฟ | 10 ชั้น ชั้นที่ 3 มีทั้งสวนเอเดนและที่ทรมานคนชั่ว ชั้นที่ 10 เป็นบัลลังก์พระเจ้า | คัมภีร์นอกสารบบ |
| วิวรณ์ของเปาโล ฉบับคอปติก | 7 ชั้น แล้วขึ้นต่อชั้นที่ 8 9 10 | งานสายไนสติก |
| ดันเต ภาคปาราดีโซ (ราว ค.ศ. 1308-1321) | 9 ทรงกลม จากดวงจันทร์ถึงปฐมจลนะ แล้วจึงถึงเอ็มไพเรียน ที่ประทับของพระเจ้า | วรรณกรรม |
นรก: พระคัมภีร์ คำสอน และ 9 วงของดันเต
คำสอนพระศาสนจักรคาทอลิกนิยามนรกว่า สภาวะที่คนตัดตัวเองออกจากความสัมพันธ์กับพระเจ้าและผู้ได้รับพรอย่างเด็ดขาด (ข้อ 1033) โทษหลักของนรกคือการแยกจากพระเจ้าชั่วนิรันดร์ (ข้อ 1035) และพระเจ้าไม่ได้กำหนดให้ใครตกนรก ต้องเป็นการจงใจหันหนีพระเจ้าด้วยบาปหนัก แล้วยืนกรานไปจนวาระสุดท้าย (ข้อ 1037) ข้อ 1861 บอกว่าบาปหนักที่ไม่ได้รับการไถ่ด้วยการกลับใจและการอภัยของพระเจ้า ทำให้ถูกกันออกจากอาณาจักรพระคริสต์และตายนิรันดร์ในนรก
สายรีฟอร์มและเพรสไบทีเรียนไม่แบ่งบาปเป็นบาปหนักบาปเบา คำประกาศความเชื่อเวสต์มินสเตอร์ (1646) ข้อ 15.4 บอกว่าไม่มีบาปใดเล็กจนไม่สมควรถูกสาปแช่ง และไม่มีบาปใดใหญ่จนนำการสาปแช่งมาสู่ผู้ที่กลับใจจริง
เรื่องนรกอยู่นานแค่ไหน คาทอลิก ออร์โธดอกซ์ และโปรเตสแตนต์ส่วนใหญ่สอนว่าเป็นโทษหรือการแยกจากพระเจ้านิรันดร์ ออร์โธดอกซ์ตะวันออกอธิบายว่าสวรรค์และนรกคือการสัมผัสการประทับของพระเจ้า ที่คนหนึ่งสัมผัสเป็นความทุกข์ อีกคนสัมผัสเป็นปาราดีส มีสองกลุ่มที่เห็นต่าง เซเวนธ์เดย์แอดเวนตีสและพยานพระยะโฮวาถือว่านรกคือความตายนิรันดร์ และความตายคือการหลับไม่รู้สึกตัวจนถึงวันฟื้นคืนชีพ ส่วนสากลนิยมซึ่งเป็นส่วนน้อย เชื่อว่าหลังรับโทษในเกเฮนนาแล้ว ทุกวิญญาณจะคืนดีกับพระเจ้าและได้เข้าสวรรค์
ใครคุมนรก แหล่งที่เราใช้ไม่ได้ระบุผู้ปกครองนรกตามพระคัมภีร์ ประเพณีคริสต์ถือว่าซาตานและปีศาจคือทูตสวรรค์ที่ตกสวรรค์ และวิวรณ์เล่าว่ามีคาเอลจะเอาชนะซาตานในวาระสุดท้ายแล้วเหวี่ยงลงสู่แผ่นดิน ภาพลูซิเฟอร์เป็นผู้ครองนรกที่ชัดที่สุดมาจากดันเต
พระคัมภีร์ไม่ได้แบ่งนรกเป็นชั้น นรก 9 วงมาจาก Inferno ภาคแรกของ Divine Comedy ที่ดันเต อาลีกีเอรีแต่งราว ค.ศ. 1308-1321 เป็นวรรณกรรม ไม่ใช่หลักคำสอนของศาสนจักร นรกของดันเตเป็นวงซ้อนกันเก้าชั้นอยู่ภายในโลก คนบาปแต่ละวงถูกลงโทษในแบบที่เข้ากับความผิด เรียกว่าคอนตราปัสโซ วงที่ 7 แบ่งย่อย 3 วง วงที่ 8 แบ่ง 10 คู และวงที่ 9 แบ่ง 4 เขต ตารางนี้สรุปตามบทกวี
| วง (ดันเต) | ใครอยู่ | โทษในบทกวี |
|---|---|---|
| 1 ลิมโบ | ผู้ไม่ได้รับศีลล้างบาปและคนต่างศาสนาที่มีคุณธรรม | อยู่ในสวรรค์ที่ขาดพร่อง เพราะไม่ได้รับพระคริสต์ |
| 2 | ผู้พ่ายแพ้ต่อตัณหา | ถูกลมพายุพัดไปมาไม่หยุด |
| 3 | คนตะกละ | จมในโคลนเน่าใต้ฝนเย็นเฉียบ มีเซอร์เบอรัสเฝ้า |
| 4 | คนตระหนี่และคนสุรุ่ยสุร่าย | ใช้หน้าอกดันของหนักเข้าชนกัน มีพลูตัสเฝ้า |
| 5 แม่น้ำสติกซ์ | คนโกรธเกรี้ยวและคนขุ่นเคือง | คนโกรธสู้กันบนผิวโคลน คนขุ่นเคืองจมอยู่ใต้น้ำ |
| 6 | พวกนอกรีต เช่นเอพิคิวรัสและสาวก | ติดอยู่ในหลุมศพที่ลุกเป็นไฟ |
| 7 | ผู้ใช้ความรุนแรง | แบ่งเป็น 3 วงย่อย |
| 8 มาเลบอลเจ | ผู้ฉ้อฉล | แบ่งเป็น 10 คู |
| 9 โคไคตัส | ผู้ทรยศ เช่นยูดาส บรูตุส คาสซิอุส | อยู่ในทะเลสาบน้ำแข็ง ลูซิเฟอร์ถูกแช่แข็งอยู่กลางโลก ขบร่าง 3 คนนี้ด้วยปากทั้งสามหน้า |
ไฟชำระและลิมโบ: นิกายต่างกันตรงนี้
ไฟชำระ (Purgatory) ที่บางคนค้นว่าแดนชำระ เป็นหลักของคาทอลิก คำสอนพระศาสนจักรข้อ 1030-1031 บอกว่าผู้ที่ตายในพระหรรษทานแต่ยังชำระไม่ครบ มั่นใจได้ว่ารอด แต่ต้องผ่านการชำระหลังตายก่อนเข้าสวรรค์ การชำระนี้ต่างจากโทษของผู้ถูกสาปแช่งโดยสิ้นเชิง และไม่มีใครอยู่ที่นั่นตลอดไป หลักนี้วางไว้ที่สภาสังคายนาฟลอเรนซ์และเทรนต์ ข้อ 1032 แนะนำให้คนเป็นภาวนา ทำทาน และทำพลีกรรมอุทิศให้ผู้ตาย
ไฟชำระมีในพระคัมภีร์ไหม คำตอบขึ้นกับว่าแต่ละนิกายนับหนังสือเล่มไหนเป็นพระคัมภีร์ คำนาม purgatorium เพิ่งปรากฏราว ค.ศ. 1160-1180 คาทอลิกยกข้อพระคัมภีร์ที่พูดถึงไฟที่ชำระ เช่น 1 โครินธ์ 3:15 และ 1 เปโตร 1:7 และยก 2 มัคคาบี 12:46 ที่ยูดาส มัคคาบีทำพิธีชดเชยบาปให้ผู้ตาย โปรเตสแตนต์โดยทั่วไปไม่รับไฟชำระตามหลักยึดพระคัมภีร์เท่านั้น และไม่นับ 2 มัคคาบีเป็นพระคัมภีร์ ออร์โธดอกซ์ตะวันออกไม่ใช้คำว่าไฟชำระ แต่รับว่ามีสภาวะระหว่างกลางหลังตายก่อนการพิพากษาสุดท้าย และสวดให้ผู้ตาย
ลิมโบเป็นคำอธิบายในเทววิทยาคาทอลิก นักเทววิทยายุคกลางบางคนในยุโรปตะวันตกแบ่งยมโลกเป็นสามส่วน คือนรกของผู้ถูกสาปแช่ง ลิมโบของบรรพชน และลิมโบของทารก ลิมโบของบรรพชนคือที่ของผู้เป็นมิตรของพระเจ้าที่ตายก่อนพระเยซู ซึ่งพระคริสต์เสด็จลงไปช่วยในช่วงระหว่างการตรึงกางเขนกับการคืนพระชนม์ เรื่องนี้เรียกว่า Harrowing of Hell ส่วนลิมโบของทารกเป็นสมมติฐาน คำสอนพระศาสนจักรข้อ 1261 บอกว่าสำหรับเด็กที่ตายโดยยังไม่ได้รับศีลล้างบาป พระศาสนจักรทำได้เพียงฝากไว้กับพระเมตตาของพระเจ้า
ในวรรณกรรม ดันเตให้ไฟชำระในภาค Purgatorio มี 7 ชั้นวน แต่ละชั้นแทนบาปหนักประการหนึ่ง เรียงจากหนักไปเบา คือหยิ่งผยอง อิจฉา โกรธ เกียจคร้าน โลภ ตะกละ และราคะ ชั้นวนเหล่านี้เป็นของบทกวี ไม่ได้อยู่ในคำสอนเรื่องไฟชำระของพระศาสนจักร
ตารางข้างล่างสรุปจุดที่คาทอลิก ออร์โธดอกซ์ และโปรเตสแตนต์ตอบต่างกัน ช่องที่เขียนว่าไม่มีในแหล่งที่เราใช้ ไม่ได้แปลว่านิกายนั้นไม่มีคำตอบ และคำตอบของสายรีฟอร์มไม่ได้แทนโปรเตสแตนต์ทุกกลุ่ม
| เรื่อง | คาทอลิก | ออร์โธดอกซ์ | โปรเตสแตนต์ |
|---|---|---|---|
| ไฟชำระ | มี เป็นการชำระขั้นสุดท้ายก่อนเข้าสวรรค์ | ไม่ใช้คำนี้ แต่รับว่ามีสภาวะระหว่างกลาง | ส่วนใหญ่ไม่รับ |
| สวดให้ผู้ตาย | ทำ มีมิสซาอุทิศแก่ผู้ตาย | ทำ | หลายกลุ่มไม่ทำ |
| บาปหนักกับบาปเบา | แยก บาปหนักที่ไม่กลับใจนำไปสู่นรก | ไม่มีในแหล่งที่เราใช้ | รีฟอร์ม: ไม่แยก ทุกบาปสมควรถูกสาปแช่ง แต่ผู้กลับใจจริงไม่ถูกสาปแช่ง |
| คนที่ไม่รู้จักพระคริสต์ | อาจรอดได้ ถ้าไม่รู้โดยไม่ใช่ความผิดของตนและทำตามมโนธรรม | ไม่มีในแหล่งที่เราใช้ | รีฟอร์ม (เวสต์มินสเตอร์ 1646): รอดด้วยทางอื่นไม่ได้ |
| ทารกที่ตายก่อนรับศีลล้างบาป | ฝากไว้กับพระเมตตาของพระเจ้า | ไม่มีในแหล่งที่เราใช้ | รีฟอร์ม: ทารกผู้ได้รับเลือกรอดโดยพระคริสต์ |
| ผู้ตายรับรู้คนเป็นไหม | นักบุญในสวรรค์วิงวอนแทนคนเป็น | ไม่มีในแหล่งที่เราใช้ | ลูเทอร์ยุคแรก: ผู้ตายหลับ ไม่รับรู้อะไร |
| เผาศพ | ยอมรับแล้ว | ส่วนใหญ่ยังห้าม | ยอมรับแล้ว |
การตัดสินและช่วงแรกหลังตาย
ลำดับที่หลายนิกายสอนคือ ตาย แล้วรับการพิพากษาเฉพาะตัว ไปสวรรค์ นรก หรือไฟชำระ จากนั้นเมื่อพระเยซูเสด็จกลับมาครั้งที่สอง จะมีการพิพากษาครั้งสุดท้ายโดยพระเจ้าต่อทุกคนที่เคยมีชีวิต วิวรณ์พูดถึงหนังสือแห่งชีวิตที่พระเจ้าจดชื่อไว้ ส่วนภาพอัครทูตสวรรค์มีคาเอลถือตาชั่งชั่งวิญญาณเป็นภาพในศิลปะ กระแสหลักไม่มีระบบนับแต้มบุญบาป
บางกลุ่มเห็นว่าช่วงระหว่างตายกับวันพิพากษาคือการหลับ ในงานเขียนปี 1530 ลูเทอร์เขียนว่าผู้ตายหลับอยู่และไม่รับรู้สิ่งใด เซเวนธ์เดย์แอดเวนตีสกับพยานพระยะโฮวาก็สอนว่าความตายคือการหลับไม่รู้สึกตัวจนถึงวันฟื้นคืนชีพ เปาโลเขียนปลอบผู้สูญเสียใน 1 เธสะโลนิกา 4:17 ว่าคนเป็นจะถูกรับขึ้นไปในเมฆพร้อมกับผู้ล่วงหลับ และจะอยู่กับองค์พระผู้เป็นเจ้าตลอดไป
การนับวันหลังตายเด่นในออร์โธดอกซ์ ชาวสลาฟออร์โธดอกซ์รำลึกผู้ตายวันที่ 3, 9 และ 40 และเชื่อว่าวิญญาณอยู่บนโลกจนถึงวันที่ 40 งานรำลึกวันที่ 40 ปิดช่วงรำลึก 40 วันและเป็นวันสำคัญที่สุด บางสายเล่าตามชีวประวัติบาซิลผู้เยาว์ว่าวันที่ 3 ทูตสวรรค์พาวิญญาณขึ้นไป ระหว่างทางต้องผ่านด่านเก็บภาษีกลางอากาศ 20 ด่าน แต่ละด่านมีปีศาจประจำบาปหนึ่งประเภท รัสเซียบางถิ่นอบขนมบันไดในวันที่ 40 เพื่อช่วยวิญญาณ เรื่องด่านนี้ไม่ใช่หลักความเชื่อบังคับ
ฝั่งคาทอลิกมีมิสซาอุทิศแก่ผู้ตาย เรียกว่าเรเควียม ตามคำแรกของบทเปิด และมีวันระลึกถึงผู้ล่วงลับทั้งปวงวันที่ 2 พฤศจิกายน ซึ่งมีมาตั้งแต่ ค.ศ. 985 ครอบครัวไปสุสาน สวด และประดับหลุมศพด้วยพวงมาลา ดอกไม้ และเทียน ออร์โธดอกซ์มีวันราโดนิตซาหลังอีสเตอร์ ไปหลุมศพพร้อมบทสวดและอาหาร และทำคุตยา ข้าวสาลีต้มน้ำผึ้ง ในงานรำลึก แหล่งบอกว่าธรรมเนียมกินเลี้ยงที่หลุมศพของชาวสลาฟสืบมาจากความเชื่อก่อนคริสต์
ผี วิญญาณ และปีศาจ
ในคำสอนคาทอลิก คนเป็นกับผู้ตายเชื่อมกันทางคำภาวนา คำสอนพระศาสนจักรข้อ 956 บอกว่าผู้อยู่ในสวรรค์ไม่หยุดวิงวอนพระบิดาเพื่อเรา และข้อ 958 บอกว่าการสวดของเราเพื่อผู้ตายทำให้การวิงวอนของพวกเขาเพื่อเราเกิดผล ส่วนการเรียกวิญญาณหรือเข้าทรง เฉลยธรรมบัญญัติ 18:11-12 ประณามคนทรง ผู้ติดต่อวิญญาณ และการถามคนตาย คนทรงในสปิริติสม์สายคาร์เด็คและเอสปิริติสโมในละตินอเมริกาจึงเป็นขบวนการที่แยกออกไป
สิ่งที่คริสต์เล่าว่าวนเวียนอยู่กับคนคือทูตสวรรค์กับปีศาจ ปีศาจในประเพณีคริสต์คือทูตสวรรค์ที่ตกสวรรค์ เชื่อกันว่าทรมานคน เข้าสิง ปรากฏตัวให้กลัว หรือยั่วยุให้เห็นนิมิตที่นำไปสู่บาป ทางแก้คือพิธีขับไล่ปีศาจ ส่วนทูตสวรรค์ผู้พิทักษ์มีที่มาจากสดุดี 91:11-12 และมัทธิว 18:10
เทียบกับความเชื่อทั้งโลก
ถ้าวางคริสต์ข้างความเชื่ออื่นในซีรีส์ตายแล้วไปไหน จุดที่ตรงกับหลายที่คือมีสวรรค์และมีการตัดสิน จาก 184 ความเชื่อที่บอกปลายทางของคนตาย 70 มีสวรรค์ และจาก 76 ความเชื่อที่พูดถึงการตัดสิน 50 บอกว่ามี คริสต์อยู่ใน 11 ความเชื่อที่ผู้ตัดสินคือพระเจ้าสูงสุด ร่วมกับยูดายและอิสลาม จุดที่ต่างคือการไม่กลับชาติมาเกิด คริสต์เป็น 1 ใน 5 ความเชื่อที่บอกชัดว่าไม่มีการเกิดใหม่ และเรื่องนรกถาวร ใน 56 ความเชื่อที่ตอบเรื่องนี้มีแค่ 5 ที่บอกว่าถาวร คริสต์ถูกนับในกลุ่มที่ยังถกเถียง 9 ความเชื่อ เพราะกระแสหลักว่านิรันดร์ แต่มีกลุ่มดับสูญและสากลนิยมเห็นต่าง
เลข 7 ชั้นฟ้าเป็นจำนวนที่พบบ่อยที่สุดทั่วโลก 16 ความเชื่อ ซีรีส์นั้นนับคริสต์ไว้ในกลุ่ม 7 ชั้นจากอิเรเนอัส และกลุ่ม 9 ชั้นจากดันเต ซึ่งทั้งสองมาจากนอกพระคัมภีร์ ส่วนวันที่ 40 ของออร์โธดอกซ์พบใน 5 ความเชื่อ และวันที่ 3 พบใน 9 ความเชื่อ ควรรู้ด้วยว่าศาสนาที่มีตำรามากอย่างพุทธ ฮินดู ศาสนาอับราฮัม และจีน มีรายละเอียดให้เล่ามากกว่า ความเชื่อที่ข้อมูลบางไม่ได้แปลว่าคนกลุ่มนั้นไม่ได้คิดเรื่องนี้
คำถามที่คนถามบ่อย
ตายแล้วไปไหน ตามศาสนาคริสต์
คริสต์กระแสหลักสอนว่าคนตายครั้งเดียว คำสอนพระศาสนจักรคาทอลิกข้อ 1013 บอกว่าไม่มีการกลับชาติมาเกิด หลังตายไปสวรรค์หรือนรก คาทอลิกเชื่อว่าบางคนต้องผ่านไฟชำระก่อนเข้าสวรรค์ ส่วนเซเวนธ์เดย์แอดเวนตีสและพยานพระยะโฮวาสอนว่าผู้ตายหลับไม่รู้สึกตัวจนถึงวันฟื้นคืนชีพ
สวรรค์มีกี่ชั้น คริสต์มีสวรรค์ 7 ชั้นไหม
พระคัมภีร์ไม่ได้กำหนดจำนวน เปาโลพูดถึงฟ้าชั้นที่สามใน 2 โครินธ์ 12:2 เลข 7 ชั้นมาจากนักเขียนคริสต์บางคน เช่นบิชอปอิเรเนอัสในศตวรรษที่ 2 เอโนค 2 ฉบับสลาฟซึ่งเป็นคัมภีร์นอกสารบบนับ 10 ชั้น และดันเตนับ 9 ทรงกลมกับเอ็มไพเรียน
นรกมีกี่ชั้นในพระคัมภีร์ นรก 9 ชั้นมาจากไหน
พระคัมภีร์ไม่ได้แบ่งนรกเป็นชั้น คำที่แปลว่านรกมาจาก 4 คำ คือเชโอล ฮาเดส เกเฮนนา และทาร์ทารัส นรก 9 วงมาจาก Inferno ของดันเต (ราว ค.ศ. 1308-1321) ซึ่งเป็นวรรณกรรม ไม่ใช่หลักคำสอนของศาสนจักร
แดนชำระ (ไฟชำระ) มีในพระคัมภีร์ไหม
คาทอลิกยก 1 โครินธ์ 3:15 1 เปโตร 1:7 และ 2 มัคคาบี 12:46 เป็นฐาน โปรเตสแตนต์โดยทั่วไปไม่รับ และไม่นับ 2 มัคคาบีเป็นพระคัมภีร์ ออร์โธดอกซ์ไม่ใช้คำว่าไฟชำระ แต่รับสภาวะระหว่างกลางและสวดให้ผู้ตาย คำนาม purgatorium ปรากฏราว ค.ศ. 1160-1180
ลิมโบอยู่ในนรกไหม
นักเทววิทยายุคกลางบางคนแบ่งยมโลกเป็น 3 ส่วน คือนรกของผู้ถูกสาปแช่ง ลิมโบของบรรพชน และลิมโบของทารก ในบทกวีของดันเต ลิมโบคือวงที่ 1 ของนรก ส่วนคำสอนคาทอลิกปัจจุบัน (ข้อ 1261) ฝากเด็กที่ตายก่อนรับศีลล้างบาปไว้กับพระเมตตาของพระเจ้า
ฆ่าตัวตายบาปไหม ในศาสนาคริสต์
คำสอนพระศาสนจักรคาทอลิกข้อ 2281 ถือว่าการฆ่าตัวตายขัดกับความรักตนเองอย่างถูกต้องอย่างร้ายแรง แต่ข้อ 2282 บอกว่าความผิดปกติทางจิตอย่างรุนแรง ความทุกข์ใจ หรือความกลัวอย่างรุนแรง ลดความรับผิดชอบของผู้นั้นได้ และข้อ 2283 บอกว่าไม่ควรสิ้นหวังต่อความรอดของผู้ที่ปลิดชีวิตตนเอง พระศาสนจักรสวดภาวนาให้ ออร์โธดอกซ์รัสเซียไม่ประกอบพิธีสวดศพให้ ยกเว้นผู้ที่จบชีวิตในภาวะที่สติไม่สมบูรณ์ตามที่นักบวชพิจารณา ถ้าคุณหรือคนใกล้ตัวกำลังคิดเรื่องนี้ โทรคุยกับสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ได้
สัตว์เลี้ยงตายแล้วไปสวรรค์ไหม ตามศาสนาคริสต์
นักเทววิทยาเห็นต่างกัน โทมัส อไควนัสเขียนว่าวิญญาณสัตว์ดับไปพร้อมร่าง จอห์น เวสลีย์ผู้ก่อตั้งเมธอดิสต์เทศน์ว่าสัตว์ทั้งปวงจะได้รับการฟื้นฟูในวันสุดท้าย คำสอนพระศาสนจักรคาทอลิกข้อ 2416 บอกเพียงว่าสัตว์เป็นสิ่งสร้างที่พระเจ้าดูแล ไม่พบแหล่งที่บอกว่าสัตว์เลี้ยงจะได้เจอเจ้าของอีก
คนตายในสวรรค์มองเห็นเราไหม
คาทอลิกสอนว่านักบุญในสวรรค์วิงวอนพระเจ้าเพื่อคนเป็น และคนเป็นสวดให้ผู้ตายได้ (ข้อ 956 และ 958) แต่ห้ามเรียกวิญญาณหรือพึ่งคนทรง ลูเทอร์ในงานเขียนปี 1530 เห็นต่าง ว่าผู้ตายหลับอยู่และไม่รับรู้สิ่งใด
แหล่งที่มาของความเชื่อที่อ้างถึง (60)
วิธีนับ: รวบรวม 370 ความเชื่อจากทุกทวีป ทั้งที่ยังมีคนนับถือและอารยธรรมโบราณ จากแหล่งหลายสิบภาษา นับ 1 ความเชื่อเป็น 1 เสียง และนับเฉพาะที่มีแหล่งยืนยัน ความเชื่อที่ไม่ปรากฏในหน้านี้ไม่ได้แปลว่าไม่มีความเชื่อนั้น อาจแค่ยังไม่มีเอกสารที่เราค้นถึง ศาสนาที่มีคัมภีร์มาก (พุทธ ฮินดู จีน ยิว คริสต์ อิสลาม) จึงมีรายละเอียดมากกว่าความเชื่อที่เล่าปากต่อปาก ข้อมูลบางส่วนมาจากบันทึกของมิชชันนารีหรือคนนอก หน้านี้ไม่ได้ตัดสินว่าความเชื่อไหนถูก
เทียบกับทั้งโลก: สวรรค์มีกี่ชั้น · นรกมีกี่ขุม · แผนที่สวรรค์–นรก
ศาสนาอื่น: ไตรภูมิ (คติไทย) · จีน · อิสลาม · ฮินดู