ไตรภูมิว่าสวรรค์ 6 ชั้นอยู่ได้ 500 ถึง 16,000 ปีทิพย์ ทั่วโลก 31 ความเชื่อบอกว่าต้องเป็นคนดี แต่อีกหลายแห่งดูที่พิธี วิธีตาย หรือชนชั้น
สวรรค์มีกี่ชั้นขึ้นอยู่กับว่าถามใคร ในชุดข้อมูลนี้มี 122 ความเชื่อที่มีข้อมูลเรื่องสวรรค์ 116 ในนั้นมีสวรรค์ แต่ 68 ความเชื่อไม่ได้แบ่งสวรรค์เป็นชั้น จะเป็นฟ้าแห่งเดียว แดนเดียว หรือแหล่งไม่ได้บอกจำนวนก็ตาม อีก 48 ความเชื่อนับเป็นชั้น ส่วนตัวเลขที่เจอบ่อยที่สุดคือ 7 ชั้น (16 ความเชื่อ) รองลงมาคือ 3 ชั้น (11) กับ 9 ชั้น (9) บางความเชื่อมีวิธีนับมากกว่าหนึ่งแบบ จึงนับซ้ำได้
ในระบบที่แบ่งชั้น ชั้นบนสุดเกือบทุกแห่งเป็นที่ของเทพสูงสุดหรือผู้สร้าง ส่วนทางขึ้นไป คำตอบที่เจอบ่อยที่สุดคือต้องเป็นคนดี (31 ความเชื่อ) รองลงมาคือต้องมีพิธีที่ทำถูกต้อง (15) ยศหรือชนชั้น (10) และวิธีตาย (9) เช่นตายในสนามรบ ในไตรภูมิของไทย เทวดาในสวรรค์ 6 ชั้นมีอายุตั้งแต่ 500 ถึง 16,000 ปีทิพย์ แต่ทุกชั้นยังต้องจุติ
สวรรค์ในไตรภูมิของบ้านเรา
คนไทยส่วนใหญ่รู้จักสวรรค์ผ่านไตรภูมิ ในคติพุทธเถรวาท สวรรค์ของเทวดามี 6 ชั้น เรียกว่าฉกามาพจร ได้แก่ จาตุมหาราชิกา ดาวดึงส์ ยามา ดุสิต นิมมานรดี และปรนิมมิตวสวัตดี เหนือขึ้นไปเป็นรูปพรหม 16 ชั้นและอรูปพรหม 4 ชั้น รวมเป็น 26 ชั้น ชั้นแรกอยู่เชิงเขาพระสุเมรุ ชั้นที่สองอยู่บนยอดเขา ที่เหลือลอยสูงขึ้นไป ไตรภูมิพระร่วงให้ระยะไว้ด้วย ยามาอยู่สูงกว่าดาวดึงส์ 84,000 โยชน์ แล้วระยะถึงชั้นถัดไปเพิ่มเป็นสองเท่าทุกชั้น เป็น 168,000 336,000 และ 672,000 โยชน์ จนถึงปรนิมมิตวสวัตดี
ความเชื่อผีของไทยและลาวมีอีกคำตอบหนึ่ง คือเมืองแถน ที่ขวัญของคนตายเดินทางกลับไปอยู่กับบรรพบุรุษ โดยคนข้างหลังต้องทำพิธีบอกทางให้ เมื่อพุทธกับพราหมณ์เข้ามา แถนถูกอธิบายใหม่ว่าเป็นเทวดา ความเชื่อเดิมไม่ได้ถูกยกเลิก แต่ผสมกัน ในข้อมูลของเรา ความเชื่อพื้นบ้านไทยจึงมีทั้งเมืองแถนและสวรรค์ 6 ชั้นของไตรภูมิอยู่คู่กัน
สวรรค์ 6 ชั้นของไทย: ทำบุญอะไร ใครอยู่ อยู่นานแค่ไหน
เรื่องแรกที่ต้องรู้คือไตรภูมิพระร่วงไม่ได้บอกว่าบุญแบบไหนพาไปชั้นไหน ตัวบทบอกรวมว่าใครอยากเกิดในสวรรค์ให้เร่งทำบุญ ให้ทาน รักษาศีล เมตตาภาวนา และอุปัฏฐากพ่อแม่ ผู้เฒ่าผู้แก่ ครูบาอาจารย์ และสมณพราหมณ์ผู้มีศีล และบุญนั้นต้องมาจากใจที่ไม่โลภ ไม่โกรธ ไม่หลง ในตอนดาวดึงส์มีฉากที่ท้าวจตุโลกบาลเดินดูโลกมนุษย์ จดชื่อคนทำบุญลงแผ่นทอง ทั้งคนที่เลี้ยงพ่อแม่ รักพี่น้อง ถวายผ้ากฐิน ก่อเจดีย์ ปลูกโพธิ์ และฟังธรรม วันศีลน้อยส่งเทวดาองค์อื่นมาแทน วันศีลใหญ่มาเดินดูเอง แผ่นทองถูกส่งต่อจนถึงพระอินทร์ ซึ่งอ่านรายชื่อให้เทวดาฟัง ถ้ารายชื่อยาว เทวดาดีใจว่ามนุษย์จะขึ้นมาเป็นเพื่อนอีกมาก ถ้าสั้น เทวดากลัวว่าเมืองฟ้าจะร้าง
สิ่งที่ตัวบทแยกชัดคือบุญมากหรือน้อย คนบุญน้อยได้เกิดแค่ที่ประตูปราสาทหรือที่กำแพงของเทวดาองค์อื่น เป็นข้าของเทวดาองค์นั้น ส่วนเทวดา 32 องค์ที่มีที่นั่งถัดจากพระอินทร์ในศาลาสุธัมมาคือคนที่ทำบุญร่วมกับพระอินทร์มาแต่ก่อน วิกิพีเดียไทยเล่าว่าชาตินั้นพระอินทร์เป็นมฆมาณพ ช่วยกับสหาย 32 คนสร้างถนนสาธารณะ ชั้นดุสิตเป็นที่ของเทวดาที่รู้บุญรู้ธรรมกับพระโพธิสัตว์ผู้สร้างสมภาร ส่วนพรหมโลก ทำบุญอย่างเดียวไม่พอ ตัวบทบอกว่าต่อให้บวชและมีศีลมากเท่าใด ถ้าไม่ได้ฌานก็ไม่ได้ไปเกิด
หน้าตาของแต่ละชั้นเล่าละเอียดที่สุดในสองชั้นล่าง จาตุมหาราชิกามีเมืองใหญ่ของเทวดา 4 เมืองบนยอดเขายุคันธร กำแพงทองประดับแก้วสูง 8,000 วา บานประตูเป็นแก้ว แผ่นดินเป็นทองราบเหมือนหน้ากลองและนุ่มเหมือนฟูก เหยียบแล้วไม่เป็นรอย ต้นไม้ออกดอกออกผลไม่รู้วาย ตัวบทยังเล่าถึงเทวดาที่มีวิมานบนต้นไม้ ถ้าต้นไม้ถูกโค่นทั้งราก วิมานก็หายไปด้วย ดาวดึงส์คือนครไตรตรึงษ์กว้าง 8,000,000 วา มีกำแพงแก้วกับประตู 1,000 ประตู ไพชยนตปราสาทของพระอินทร์อยู่กลางเมือง มีอุทยานนันทวัน ผรุสกวัน จิตรลดาวัน และสักกวันอยู่ตามทิศ มีต้นปาริกชาติที่ร้อยปีจึงบานครั้งหนึ่ง และเวลาพระอินทร์จะออกไปเที่ยว ไอยราวรรณเทพบุตรแปลงเป็นช้างเผือก 33 หัว สูง 1,200,000 วา ให้ขี่
ชั้นที่สูงขึ้นไปเล่าสั้นลง แต่ละชั้นมีของแปลกของตัวเอง ยามาอยู่สูงกว่าพระอาทิตย์ เทวดาที่นั่นกายสูง 8,000 วา ไม่เคยเห็นพระอาทิตย์ รู้ว่าเช้าเมื่อดอกไม้ทิพย์บาน รู้ว่าค่ำเมื่อดอกไม้หุบ ดุสิตเป็นที่ประทับของพระศรีอริยเมตไตรย ซึ่งเทศนาให้เทวดาฟังไม่ขาด นิมมานรดีเป็นชั้นที่อยากได้อะไรก็เนรมิตขึ้นเอง ส่วนปรนิมมิตวสวัตดี อยากได้อะไรมีเทวดาองค์อื่นเนรมิตให้ เทวดาชั้นนี้กายสูง 64,000 วา และมีผู้ปกครอง 2 องค์ คือท้าวปรนิมมิตวสวัตตีปกครองเทวดา กับพญามาราธิราชปกครองหมู่มาร ทั้งสองไม่เคยไปมาหาสู่กัน วิกิพีเดียไทยบอกว่าพระไตรปิฎกให้ชั้นนี้มีผู้ปกครององค์เดียว ตรงนี้ไตรภูมิพระร่วงเล่าต่างออกไป
อายุเทวดาเพิ่มเป็นสองเท่าทุกชั้น จาก 500 ปีทิพย์ที่จาตุมหาราชิกาไปถึง 16,000 ปีทิพย์ที่ปรนิมมิตวสวัตดี วิกิพีเดียไทยอธิบายว่าหนึ่งวันหนึ่งคืนในชั้นแรกเท่ากับ 50 ปีมนุษย์ 500 ปีทิพย์จึงเท่ากับ 9,000,000 ปีมนุษย์ และทุกครั้งที่ขึ้นไปหนึ่งชั้น ตัวเลขปีมนุษย์คูณ 4 ไตรภูมิพระร่วงฉบับวิกิซอร์ซให้ตัวเลขตรงกับชุดนี้แค่ 3 ชั้น คือ 9 ล้าน 36 ล้าน และ 2,304 ล้านปี อีก 3 ชั้นไม่ตรง ยามาเป็น 142 ล้านแทน 144 ล้าน ดุสิตเป็น 567 ล้านแทน 576 ล้าน และปรนิมมิตวสวัตดีเป็น 921,600,000 แทน 9,216,000,000 ปี ดูเหมือนเลขสลับหรือเลขศูนย์หายตอนคัดลอก ส่วนวิกิพีเดียเองก็ให้ปรนิมมิตวสวัตดีสองค่า อีกหน้าหนึ่งเขียนว่า 8,216,000,000 ปี
ไม่ว่าอยู่ชั้นไหน เทวดาก็ยังต้องจุติ ตัวบทให้เหตุไว้ 4 อย่าง คือสิ้นอายุ สิ้นบุญ สิ้นอาหาร และความโกรธ สิ้นอาหารคือเทวดาที่เล่นกับนางฟ้าเพลินจนลืมกิน ตัวบทเทียบว่าเนื้อเทวดาอ่อนเหมือนดอกบัวที่ตากแดดไว้ทั้งวัน แช่น้ำนานเท่าไหร่ก็ไม่กลับมาสด ความโกรธคือเทวดาสององค์ที่เถียงกันโดยไม่มีใครยอม จนใจของทั้งคู่กลายเป็นไฟเผาตัวเอง เทวดาที่มีบุญจะรู้ตัวล่วงหน้า 7 วันจากนิมิต 5 อย่าง เช่นดอกไม้ในวิมานเหี่ยว ผ้าที่ใส่หมอง เหงื่อไหลจากรักแร้ และกายหมดรัศมี พอจุติแล้วทั้งกายและเครื่องประดับหายไป ไม่เหลือแม้เส้นผมเส้นเดียว
เหนือสวรรค์ 6 ชั้นเป็นพรหมโลก ไตรภูมิพระร่วงบอกว่าไกลจนถ้าทิ้งหินก้อนเท่าโลหปราสาทลงมาจากพรหมชั้นต่ำสุด ต้องใช้เวลา 4 เดือนจึงถึงพื้น รูปพรหม 16 ชั้นแบ่งตามฌาน ได้ฌานขั้นไหนและได้ดีแค่ไหน ก็ไปชั้นนั้น อายุเริ่มจาก 1 ใน 3 ของอสงไขยกัลป์ที่ชั้นล่างสุด ไปถึง 16,000 มหากัลป์ที่ชั้นอกนิฏฐา (ตัวบทพิมพ์ว่า ๑๖,๐๐ น่าจะตกเลขศูนย์) พรหมเป็นชายล้วน ไม่กินข้าวกินน้ำ อยู่ได้ด้วยฌาน ชั้นอสัญญีสัตตาเป็นของคนที่ภาวนาขอไม่ให้มีใจ ตายในท่าไหนก็อยู่ท่านั้น นั่งก็นั่ง ยืนก็ยืน ไม่ขยับเลยนาน 500 มหากัลป์ แล้วจึงไปเกิดใหม่ สุทธาวาส 5 ชั้นบนรับเฉพาะอนาคามี ซึ่งจะไม่กลับมาเกิดเป็นมนุษย์อีก เหนือขึ้นไปคืออรูปพรหม 4 ชั้นที่ไม่มีตัว มีแต่จิต อยู่ได้ 20,000 ถึง 84,000 มหากัลป์
| ชั้น | บุญที่พาไป | ใครอยู่ / ใครปกครอง | อายุ |
|---|---|---|---|
| 1 จาตุมหาราชิกา | ทำบุญ · บุญน้อยได้เกิดที่ประตูหรือกำแพงวิมาน เป็นข้าของเทวดาองค์อื่น | เทวดา คนธรรพ์ กุมภัณฑ์ นาค ยักษ์ · ท้าวจตุโลกบาล 4 องค์ | 500 ปีทิพย์ = 9 ล้านปีมนุษย์ |
| 2 ดาวดึงส์ | ทาน ศีล ภาวนา เลี้ยงพ่อแม่ ก่อเจดีย์ ฯลฯ ที่ท้าวจตุโลกบาลจดลงแผ่นทอง | พระอินทร์กับเทวดา 32 องค์ที่ทำบุญร่วมกันมา | 1,000 ปีทิพย์ = 36 ล้านปี |
| 3 ยามา | ตัวบทไม่แยก (บุญทั่วไป) | เทวดากายสูง 8,000 วา · ท้าวสุยามะ | 2,000 ปีทิพย์ = 142 ล้านปีตามตัวบท (144 ล้านตามวิกิพีเดีย) |
| 4 ดุสิต | เทวดาที่รู้บุญรู้ธรรม พระโพธิสัตว์ผู้สร้างสมภาร | พระศรีอริยเมตไตรย · ท้าวสันดุสิต | 4,000 ปีทิพย์ = 567 ล้านปีตามตัวบท (576 ล้านตามวิกิพีเดีย) |
| 5 นิมมานรดี | ตัวบทไม่แยก (บุญทั่วไป) | เทวดาที่เนรมิตของได้เอง · ท้าวสุนิมมิต (ชื่อจากวิกิพีเดีย) | 8,000 ปีทิพย์ = 2,304 ล้านปี |
| 6 ปรนิมมิตวสวัตดี | ตัวบทไม่แยก (บุญทั่วไป) | เทวดาที่มีผู้อื่นเนรมิตให้ และหมู่มาร · ท้าววสวัตดีกับพญามาร | 16,000 ปีทิพย์ = 921.6 ล้านปีตามตัวบท (9,216 ล้านตามวิกิพีเดีย) |
| รูปพรหม 16 ชั้น | ฌาน 4 ระดับ · สุทธาวาส 5 ชั้นบนรับเฉพาะอนาคามี | พรหมชายล้วน ไม่กินข้าวกินน้ำ · ตัวบทไม่ระบุผู้ปกครอง | 1 ใน 3 ของอสงไขยกัลป์ ถึง 16,000 มหากัลป์ |
| อรูปพรหม 4 ชั้น | อรูปฌาน | พรหมที่ไม่มีตัว มีแต่จิต | 20,000 ถึง 84,000 มหากัลป์ |
ทั้งโลกนับกี่ชั้น
กลุ่มใหญ่ที่สุดคือ 68 ความเชื่อที่มีสวรรค์แห่งเดียวหรือไม่ได้บอกจำนวนชั้น มีครบทุกทวีป ชาวอินคาเรียกโลกเบื้องบนว่าฮานันปาชา มีแต่คนที่ดีงามเท่านั้นที่ข้ามสะพานซึ่งทำจากเส้นผมไปได้ ชาวอียิปต์โบราณไปทุ่งต้นอ้อ (อารู) ของโอซิริส หลังหัวใจถูกชั่งเทียบกับขนนกของมาอัต และผ่านประตูที่มีผู้เฝ้า 15 หรือ 21 ประตูแล้วแต่แหล่ง ที่นั่นคนยังไถนาเหมือนอยู่ริมแม่น้ำไนล์ ชาวลาโกตาเดินไปตามทางวิญญาณ ข้ามแม่น้ำบนขอนไม้ ถึงหมู่บ้านที่มีไบซันเต็มไปหมด ไม่มีใครหิวหรือเจ็บ งานเลี้ยงและการเต้นรำที่นั่นคือแสงเหนือที่คนบนโลกมองเห็น ความเชื่อในแอฟริกาที่มีข้อมูลไม่มีแห่งไหนนับชั้นเลย แต่ข้อนี้ส่วนหนึ่งเป็นเพราะแหล่งไม่ได้บรรยาย ความเชื่อที่มีตำรามากอย่างพุทธ ฮินดู อับราฮัม และจีน จึงมีรายละเอียดชั้นมากกว่าที่อื่นเสมอ
7 ชั้นเป็นตัวเลขที่พูดถึงบ่อยที่สุด ศาสนาอิสลามมีฟ้า 7 ชั้น ในเรื่องมิอ์รอจมีนบีรออยู่ทุกชั้น ตั้งแต่อาดัมที่ชั้นแรก ไปจนถึงอิบรอฮีมที่ชั้นที่ 7 ซึ่งนั่งอยู่ที่ประตูอัลบัยตุลมะอ์มูร ทัลมุดของศาสนายูดาห์ (ฮากีกาห์ 12) ก็นับ 7 ชั้น แล้ววางของไว้คนละชั้น ชั้นที่ 3 มีสวนเอเดน ชั้นที่ 4 มีเยรูซาเล็มบนฟ้า ชั้นที่ 7 อาราโบทมีบัลลังก์ของพระเจ้า ชาวบาตักเรียกฟ้าเจ็ดชั้นว่าบานัวกินจัง และชาวดายักถือว่าฟ้าชั้นที่ 7 คือที่หมายสุดท้ายของวิญญาณ
3 กับ 9 ตามมา ชาวบาบิโลนมีฟ้า 3 ชั้นที่ทำจากหิน 3 ชนิด ฮาวายมีสวรรค์ 3 ชั้นของเทพ 3 องค์ คือคาเน คู และโลโน (ข้อมูลนี้มาจากนักบันทึกยุคหลังที่ Beckwith รวบรวมไว้) ฝั่ง 9 ชั้น ชาวซาฮา (ยาคุต) วางเทพสูงสุด Ürüng Aiyy Toyon ไว้ที่ชั้นที่ 9 ซึ่งไม่มีฤดูหนาวและมีหญ้าสีขาวเหมือนปีกหงส์ กังดงแบลในบราซิลมีโอรุน 9 ชั้นที่รับคนต่างแบบกัน คนใจดีสงบไปชั้นหนึ่ง นักบวชชั้นสูงไปอีกชั้น คนชั่วไปโอรุมบูรูกูที่ร้อนดั่งพริก ส่วนแคว้นฉู่ของจีนโบราณเขียนไว้ว่าฟ้าทรงกลมมีเก้าชั้น
บางระบบนับยาวกว่านั้นมาก แอซเท็กนับ 13 ชั้น (บางกลุ่มนับ 9 หรือ 12) ไล่จากฟ้าของดวงจันทร์ ดวงดาว ดวงอาทิตย์ ดาวรุ่ง ดาวหาง ขึ้นไปถึงฟ้าสีขาว เหลือง แดง และชั้นบนสุดโอเมโยกัน รายชั้นชุดนี้มาจากเอกสารยุคอาณานิคม ลัทธิเท็งกรีของอัลไตนับ 17 ชั้น มีไคราข่านบิดาแห่งเทพทั้งปวงอยู่บนสุด ศาสนาเชนนับได้ 39 ชั้น และเหนือสุดคือสิทธศิลา ที่อยู่ของวิญญาณที่หลุดพ้นแล้ว
บนสวรรค์มีอะไร
ภาพชีวิตบนสวรรค์ส่วนมากคือชีวิตบนโลกที่ดีขึ้น ชาวโยรูบาเล่าว่าโอรุนเรเรเป็นสำเนาของชีวิตบนโลกที่กว้างกว่า เสรีกว่า และไม่มีความเจ็บปวด ทาคามางาฮาระของชินโตมีนาข้าวและที่ทอผ้า วัลฮัลลาของนอร์สมีงานเลี้ยงกับการรบทุกวันระหว่างรอแร็กนาร็อก มีประตู 540 บาน เรื่องนี้เรารู้ผ่านนักเขียนชาวไอซ์แลนด์ที่เป็นคริสต์ในศตวรรษที่ 13 ส่วนบ้านของนูมี-โตรุม เทพฟ้าของชาวคันตีและมันซี มีเจ็ดห้องที่เก็บสมุดชะตาไว้ ข้างบ้านเป็นทุ่งหญ้าสีทองที่มีม้าและวัว
หลายที่บอกว่าวัสดุของสวรรค์มีค่าขึ้นเมื่อสูงขึ้น ตำราจักรวาลวิทยาของอิสลาม (ไม่ใช่ตัวบทอัลกุรอาน) เรียงฟ้าจากน้ำ ไข่มุก เหล็ก ทองเหลือง เงิน ทอง แล้วจบที่แสง ชาวฮังการีเรียงจากป่าทองแดงของฮาดูร์ ป่าเงินของราชาลม ป่าทองของราชาสุริยะ แล้วถึงปราสาทของบิดาทองคำ ในไตรภูมิ ชั้นแรกเป็นแก้ว ชั้นที่สองเป็นทองและแก้ว 7 ประการ ที่อิสลามกับฮังการีเรียงโลหะลำดับเดียวกันยังเป็นแค่ข้อสังเกต เพราะมีตัวอย่างน้อยเกินจะสรุป
ดาวอยู่ชั้นไหนก็แล้วแต่ตระกูล ในสวรรค์ของดันเต ซึ่งเป็นวรรณกรรม ไม่ใช่คำสอนของศาสนจักร ไล่จากดวงจันทร์ ดาวพุธ ดาวศุกร์ ดวงอาทิตย์ที่ชั้นที่ 4 ไปจนถึงดาวฤกษ์ที่ชั้นที่ 8 เกือบนอกสุด แต่ในศาสนาโซโรอัสเตอร์ ดาวอยู่ล่างสุด ตามด้วยดวงจันทร์ แล้วดวงอาทิตย์ ส่วนเมโสโปเตเมียวาดดาวไว้บนโดมชั้นล่างสุดที่เป็นหินแจสเปอร์
ทำดีแบบไหนได้ขึ้นสวรรค์ ทั่วโลกตรงกันไหม
ใน 116 ความเชื่อที่มีสวรรค์ มี 81 ความเชื่อที่ข้อมูลบอกได้ว่าใครได้ขึ้นไป หรือขึ้นไปด้วยวิธีไหน ความเชื่อหนึ่งตอบได้หลายแบบ ความเชื่อพื้นบ้านไทยก็มีทั้งทำบุญ ภาวนา และพิธีบอกทางไปเมืองแถน และความเชื่อที่มีตำรามากอย่างพุทธ ฮินดู อับราฮัม และจีน บอกเงื่อนไขละเอียดกว่าที่อื่นมาก ความเชื่อที่ไม่อยู่ในกลุ่มไหนเลยจึงอาจแปลว่าแหล่งไม่ได้เล่า ไม่ได้แปลว่าเขาไม่มีเงื่อนไข
คำตอบที่พบมากที่สุดคือต้องเป็นคนดี 31 ความเชื่อ ใน 4 ทวีป ขาดแค่โอเชียเนีย แต่ความดีของแต่ละที่หน้าตาไม่เหมือนกัน ศาสนาโซโรอัสเตอร์นับความคิดดี คำพูดดี การกระทำดี คนที่ทำได้จะพบว่าสะพานกว้าง และมี Daena นำทาง เต๋าให้ถือศีลสิบจนวาจาบริสุทธิ์จึงขึ้นกามภูมิ กายบริสุทธิ์จึงขึ้นรูปภูมิ ใจบริสุทธิ์จึงขึ้นอรูปภูมิ ชาวกวารานีให้ทำตามกติกาการอยู่ร่วมกันของชุมชน ชาวโยรูบาต้องแถลงความประพฤติบนโลกต่อหน้าโอโลดูมาเร และชาวฮังการีเชื่อว่าเทพจัดชั้นให้วิญญาณตามความดีที่ทำไว้
การให้ทานหรือสร้างของให้คนอื่นใช้เป็นทางที่เขียนไว้ชัดใน 5 ความเชื่อ คือพุทธเถรวาท ความเชื่อพื้นบ้านไทย ฮินดูบาหลี ศาสนาพื้นบ้านพม่า และความเชื่อพื้นบ้านเขมร ทั้ง 5 อยู่ในเอเชียและเป็นสายพุทธหรือฮินดู เรื่องมฆมาณพที่ทำความดีจนได้เป็นพระอินทร์โผล่ทั้งในไทย พม่า และเขมร ฉบับพม่าเล่าว่าสร้างศาลา วิกิพีเดียไทยว่าสร้างถนน ส่วนฉบับเขมรเล่าว่ามฆมาณพถือวัตร 7 ข้อ คือเลี้ยงพ่อแม่ เคารพผู้ใหญ่ พูดจาอ่อนหวาน ไม่ส่อเสียด ไม่ตระหนี่ พูดจริง และไม่โกรธ การให้ทานเป็นทางขึ้นสวรรค์จึงเป็นแบบแผนของเอเชียสายนี้ ยังไม่ใช่ของทั้งโลก
อีก 15 ความเชื่อบอกว่าต้องมีพิธี พบใน 4 ทวีป ยกเว้นแอฟริกา และเกือบทุกแห่งเป็นพิธีที่คนเป็นต้องทำให้คนตาย ชาวโตราจาจัดพิธีศพรัมบูโซโล แล้วผู้ตายขี่ควายที่บูชายัญไปยังปูยา ยิ่งควายมากยิ่งถึงเร็ว ชาวดายักต้องทำพิธีตีวะฮ์ ขุดกระดูกขึ้นมาบรรจุใหม่ วิญญาณจึงไปถึงฟ้าชั้นที่ 7 ได้ ชาวกูนามีมาซาร์ดูเลสวดนำวิญญาณด้วยบทสวดยาวราว 30 ชั่วโมง ชาวสลาฟเชื่อว่าวิญญาณลอยขึ้นเป็นนกไปกับควันกองฟอน และชาวลิทัวเนียดูว่าควันลอยตรงขึ้นไหม ถ้าตรงแปลว่าวิญญาณรอด ฝั่งไทยกับลาว พิธีบอกทางคือสิ่งที่พาขวัญกลับถึงเมืองแถน
ใน 9 ความเชื่อ วิธีตายมีผล 7 ในนั้นให้รางวัลคนที่ตายในการรบ คือนอร์ส ตูวา แอซเท็ก มายา เกชัว ตูปี และฟีจี ชาวนอร์สที่ตายในสนามรบถูกแบ่งครึ่ง ครึ่งหนึ่งไปวัลฮัลลาของโอดิน อีกครึ่งไปโฟล์กวังเกอร์ของเฟรยา แหล่งเรื่องฟีจีบันทึกว่าการตายอย่างรุนแรงในสงครามเป็นใบผ่านทางเดียวที่แน่นอน แอซเท็กให้นักรบไปส่งดวงอาทิตย์ยามเช้า หญิงที่ตายขณะคลอดลูกไปส่งดวงอาทิตย์ลับฟ้า และคนที่จมน้ำหรือถูกฟ้าผ่าไปตลาโลกัน ที่มีต้นไม้ผล ข้าวโพด และถั่ว อีก 2 ความเชื่อไม่เกี่ยวกับการรบ แหล่งมิชชันนารีสเปนบันทึกว่าชาวตากาล็อกและวิซายัสเชื่อว่าคนที่ตายด้วยดาบ จระเข้ หรือฟ้าผ่า วิญญาณขึ้นไปทันทีทางสายรุ้ง และในอิสลาม ผู้พลีชีพเข้าสวรรค์ได้ทันที
ยศและชนชั้นเป็นตัวกำหนดใน 10 ความเชื่อ พบในเอเชีย อเมริกา โอเชียเนีย และยุโรป กษัตริย์ราชวงศ์ชางที่สิ้นพระชนม์ขึ้นไปบนฟ้าแล้วถูกเรียกว่าตี้ พร้อมญาติ ทหารองครักษ์ และทาสที่ถูกฝังตามไป ราชวงศ์โจวให้กษัตริย์ไปอยู่ข้างซั่งตี้ ส่วนคนทั่วไปมีแค่ลมปราณหุนที่กลับสู่ฟ้า ที่ตาฮีตี แหล่งปี 1837 บันทึกว่าโรฮูตูหอมรับสมาชิกอาริโออิกับคนที่ครอบครัวมีเงินจ่ายนักบวช สามัญชนไม่มีหวัง ฮาวายมีแดนเมฆของหัวหน้าที่ได้รับการยกเป็นเทพ และกรีกยุคแรกให้ทุ่งเอลิเซียมเฉพาะคนที่เป็นญาติกับเทพและวีรบุรุษ ก่อนจะเปิดให้คนชอบธรรมภายหลัง
ศรัทธาและการภาวนาเป็นทางของเอเชียเกือบทั้งหมดในข้อมูลของเรา ศรัทธาหรือการบูชาพบใน 5 ความเชื่อ ทั้งหมดอยู่ในเอเชีย พุทธจีนสายสุขาวดีให้มีศรัทธา ตั้งความปรารถนา และเรียกพระนามพระอมิตาภะ ลัทธิอนุตตรธรรมให้รับสามรัตนะ ฮินดูบาหลีกับมัชปาหิตมีเรื่องนายพรานที่ฆ่าสัตว์ แต่ตื่นอยู่เด็ดใบมะตูมในคืนศิวราตรี พระศิวะจึงส่งฝ่ายของพระองค์มาชิงวิญญาณจากฝ่ายพระยม ในข้อมูลของเรา คริสต์กับอิสลามถูกบันทึกด้วยคำว่าความรอดและการทำความดี จึงไม่ได้นับในกลุ่มนี้ ส่วนการภาวนาหรือความรู้พบใน 8 ความเชื่อ 6 ในนั้นอยู่ในเอเชีย เช่นพรหมโลกของไตรภูมิที่ต้องได้ฌาน เชนที่ต้องบรรลุเกวลญาณก่อนถึงสิทธศิลา และซิกข์ที่ต้องไต่ผ่าน 4 ขั้นจนถึงสัจขันด์ นอกเอเชียมีแค่อาคันที่ยกคนมีความรู้เทียบเทพอาโบซอมเป็นบรรพชนเทพ และอุมบันดาที่ถือว่าไปถึงอารูอันดาด้วยวิวัฒนาการทางจิต
อีกสองขั้วอยู่คนละด้าน 7 ความเชื่อในแอฟริกาและเอเชียบอกว่าไม่ต้องสอบอะไร ทุกคนกลับไปเอง ชาวโยรูบาถือว่าทุกคนกลับไปโอรุนซึ่งเป็นถิ่นกำเนิดของวิญญาณ ส่วนจะได้อยู่โอรุนที่ดีหรือไม่เป็นอีกเรื่อง ชาวมาดากัสการ์ว่าวิญญาณกลับไปหาซานาฮารี ร่างกลับไปหาเทพแผ่นดิน ชาวรีวกีวว่าวิญญาณมาจากนิไรคะไนตอนเกิดและกลับไปที่นั่นตอนตาย ส่วนอีก 10 ความเชื่อ ส่วนใหญ่ในเอเชีย ถือว่าฟ้าเป็นของเทพ คนตายไม่ได้ขึ้นไป เช่นชินโตในตำราโบราณ บาตัก กาลูวาลฮาเตียนของตากาล็อก และมุยสกาในทวีปอเมริกา
ภาพสะพานโผล่ซ้ำใน 8 ความเชื่อ ทั้งสะพานเส้นผมของอินคา สะพานเส้นผมเส้นเดียวข้ามแม่น้ำไฟของอาร์มีเนียก่อนคริสต์ สะพานชินวัตที่ชาวซอกเดียข้ามไปเรือนแห่งบทเพลง และสะพานรุ้งของชาวอาตายัลกับเซดิก ซึ่งแต่เดิมคนที่ข้ามได้คือชายที่ล่าหัวสำเร็จและหญิงที่ทอผ้าเก่ง
ที่ตรงกันจริง ๆ
ข้อที่ตรงกันชัดที่สุดคือชั้นบนสุด ในข้อมูลมี 55 ความเชื่อที่แหล่งระบุชั้นบนสุดไว้ และระบบที่มีผู้สร้างเกือบทั้งหมดให้ชั้นนั้นเป็นที่ของเทพสูงสุด ยูดายมีบัลลังก์พระเจ้า ฮินดูมีพระพรหม แอซเท็กมีโอเมโยกัน กังดงแบลมีโอโลดูมาเรที่โอรุนชั้นที่ 9 ซิกข์มีสัจขันด์ของพระเจ้าไร้รูป ข้อที่สองคือตัวเลขที่ดูเหมือนขัดกันหลายคู่เป็นชุดเดียวกัน สวรรค์ของพระอินทร์อยู่ชั้นที่ 3 ในฮินดูแต่ชั้นที่ 2 ในพุทธ เพราะฮินดูนับโลกมนุษย์เป็นชั้นที่ 1 เป็นชั้นเดียวกัน ผู้ปกครองคนเดียวกัน และสวรรค์ 36 ชั้นของเต๋าก็เอา 28 ชั้นของพุทธจีนมาเป็นฐานทั้งชุด แล้วต่อข้างบนอีก 8 ชั้น
ทางขึ้นไปก็มีรูปแบบคล้ายกัน คำตอบที่พบมากที่สุดและข้ามทวีปคือต้องเป็นคนดี 31 ความเชื่อใน 4 ทวีป รองลงมาคือพิธีที่คนเป็นทำให้คนตาย 15 ความเชื่อ และยศหรือชนชั้น 10 ความเชื่อ ซึ่งพบใน 4 ทวีปเหมือนกัน ส่วนการให้ทาน ศรัทธา และการภาวนา เป็นทางของเอเชียเกือบทั้งหมด
ที่ต่างจนน่าแปลกใจ
ข้อยกเว้นเรื่องชั้นบนสุดอยู่ใกล้บ้านเรา พุทธไม่มีผู้สร้าง ชั้นบนสุดจึงเป็นเนวสัญญานาสัญญายตนภูมิของอรูปพรหม ไม่ใช่เทพองค์ใด และของเชนก็เป็นที่ของวิญญาณที่หลุดพ้น บางที่สวรรค์ไม่ได้มีไว้ให้คน ชาวซูเมอร์ถือว่าฟ้าทั้ง 3 โดมเป็นของเทพเท่านั้น มนุษย์ขึ้นไปไม่ได้ บทเรียกวิญญาณของแคว้นฉู่ถึงกับเตือนวิญญาณว่าอย่าขึ้นไปบนฟ้า เพราะมีเสือและเสือดาวเฝ้าประตูเก้าด่านคอยขบกัด ส่วนภาพสลักที่เมืองพระนครให้ตัวเลขสวรรค์ 37 ชั้น ซึ่งไม่ตรงกับ 6 หรือ 26 ชั้นของไตรภูมิ ทั้งที่อยู่ติดกัน
กลับมาที่คำถาม
คำถามว่าสวรรค์มีกี่ชั้นจึงไม่มีตัวเลขเดียว ไตรภูมิว่า 26 ทัลมุดว่า 7 ชาวซาฮาว่า 9 และอีก 68 ความเชื่อไม่ได้นับเลย ถ้าคุณโตมากับเรื่องพระอินทร์บนดาวดึงส์ คำตอบของบ้านเราก็อยู่ในชุดใหญ่ที่สุดชุดหนึ่งของโลก และมีเพื่อนบ้านอย่างฮินดู เต๋า และทิเบตที่นับชั้นเดียวกันอยู่
ส่วนทางขึ้นไป คำตอบของไตรภูมิคือทาน ศีล ภาวนา และการเลี้ยงดูพ่อแม่ ซึ่งอยู่ในกลุ่มใหญ่ที่สุดของโลกที่บอกว่าต้องเป็นคนดี ต่างกันตรงที่ไตรภูมิบอกไว้ด้วยว่า ขึ้นไปแล้วก็ยังต้องจุติ แม้ชั้นแรกจะอยู่ได้ 9 ล้านปีมนุษย์ก็ตาม
คำถามที่คนถามบ่อย
ไบเบิลบอกว่าสวรรค์มี 7 ชั้นไหม
ในข้อมูลนี้ พระคัมภีร์ฮีบรูพูดถึงฟ้าผืนเดียว ส่วน 7 ชั้นมาจากทัลมุด (ฮากีกาห์ 12) คริสต์กระแสหลักถือว่าสวรรค์มีแห่งเดียว มีเปาโลที่พูดถึง “ฟ้าชั้นที่สาม” (2 โครินธ์ 12) และ 7 ชั้นอยู่ในงานของอิเรเนอุสกับหนังสือเอโนค 2
สวรรค์ชั้นไหนสูงที่สุด
ในสวรรค์ 6 ชั้นของไตรภูมิ ชั้นสูงสุดคือปรนิมมิตวสวัตดี แต่ถ้านับรวมพรหม ชั้นบนสุดคือเนวสัญญานาสัญญายตนภูมิ ฮินดูจบที่สัตยโลกหรือพรหมโลก ส่วนอิสลามคือฟิรเดาส์ ที่อยู่ใต้บัลลังก์ของพระเจ้าโดยตรง
อยู่บนสวรรค์ได้นานแค่ไหน เทวดาตกสวรรค์ได้ไหม
ในไตรภูมิ เทวดาชั้นจาตุมหาราชิกาอายุ 500 ปีทิพย์ เท่ากับ 9 ล้านปีมนุษย์ ดาวดึงส์ 1,000 ปีทิพย์ เท่ากับ 36 ล้านปี และเพิ่มเท่าตัวทุกชั้นจนถึง 16,000 ปีทิพย์ที่ชั้นที่ 6 แต่ทุกชั้นยังต้องจุติ ด้วยสิ้นอายุ สิ้นบุญ สิ้นอาหาร หรือความโกรธ แหล่งทิเบตบอกว่าพอบุญหมดก็ตกลงภพต่ำโดยไม่ทันตั้งตัว ฮินดูก็ถือว่าการอยู่สวรรค์โดยทั่วไปเป็นเรื่องชั่วคราว
พระอินทร์อยู่สวรรค์ชั้นไหน
ในพุทธ พระอินทร์ (ท้าวสักกะ) ปกครองดาวดึงส์ สวรรค์ชั้นที่ 2 ในฮินดู อินทรโลกเป็นชั้นที่ 3 เพราะนับโลกมนุษย์เป็นชั้นที่ 1 แต่เป็นชั้นเดียวกัน อยู่เหนือชั้นดวงอาทิตย์เหมือนกัน
สวรรค์ชั้นดาวดึงส์อยู่ที่ไหน ใครอยู่
ดาวดึงส์เป็นสวรรค์ชั้นที่ 2 อยู่บนยอดเขาพระสุเมรุ เป็นเมืองของพระอินทร์ชื่อนครไตรตรึงษ์ มีไพชยนตปราสาทอยู่กลางเมือง มีพระจุฬามณีเจดีย์และศาลาสุธัมมา ผู้อยู่คือพระอินทร์ เทวดา 32 องค์ที่ทำบุญร่วมกับพระอินทร์มาแต่ก่อน มเหสี นางฟ้า และคนธรรพ์ เทวดาที่นั่นอายุ 1,000 ปีทิพย์
ทำบุญอะไรถึงได้ขึ้นสวรรค์
ไตรภูมิพระร่วงบอกรวมว่าให้ทาน รักษาศีล เมตตาภาวนา และอุปัฏฐากพ่อแม่ ผู้เฒ่าผู้แก่ ครูบาอาจารย์ และสมณพราหมณ์ผู้มีศีล รายชื่อบุญที่ท้าวจตุโลกบาลจดลงแผ่นทองยังรวมการรักพี่น้อง ถวายผ้ากฐิน ก่อเจดีย์ ปลูกโพธิ์ และฟังธรรม ตัวบทไม่ได้แยกว่าบุญแบบไหนไปชั้นไหน แต่บอกว่าคนบุญน้อยได้เกิดเป็นข้าเทวดาองค์อื่น และพรหมโลกต้องได้ฌาน
พรหมโลกกับสวรรค์ต่างกันยังไง
ในไตรภูมิ สวรรค์ 6 ชั้นยังอยู่ในกามภูมิ เทวดายังกินอาหารทิพย์ ยังมีคู่ และไปได้ด้วยบุญ พรหมโลกอยู่เหนือขึ้นไป มีรูปพรหม 16 ชั้นกับอรูปพรหม 4 ชั้น ไปได้ด้วยฌานเท่านั้น พรหมเป็นชายล้วน ไม่กินข้าวกินน้ำ และอายุนับเป็นกัลป์ ตั้งแต่ 1 ใน 3 ของอสงไขยกัลป์ถึง 84,000 มหากัลป์
แหล่งที่มาของความเชื่อที่อ้างถึง (87)
ดูรายชื่อทั้งหมด 122 ความเชื่อ
เอเชีย (71) · พุทธเถรวาท (ไทย) · พุทธมหายาน / พุทธจีน · พุทธวัชรยาน (ทิเบต) · ศาสนาฮินดู (พระเวท / ปุราณะ) · ศาสนาเชน · ศาสนาซิกข์ · ลัทธิเต๋า · ความเชื่อพื้นบ้านญี่ปุ่น (ชั้นชินโต + ชั้นยมโลกแบบพุทธผสม) · เมโสโปเตเมีย (สุเมเรียน / บาบิโลน) · กรีกโบราณ · ศาสนาโซโรอัสเตอร์ · จักรวาลไทย: ไตรภูมิพระร่วง (31 ภูมิ) และโลกผีไทย · ศาสนาหมอผีเกาหลี (มูซก) · ศาสนาพื้นบ้านเวียดนามและการบูชาบรรพบุรุษ (Đạo Ông Bà) · ลัทธิอานิโต (ตากาล็อกและวิซายัน ฟิลิปปินส์) · ศาสนาฮินดูบาหลี · ความเชื่อดั้งเดิมคาซัคและคีร์กีซ · ศาสนาเพิน · ศาสนาแคว้นฉู่ · ศาสนาอินโด-ยูโรเปียนดั้งเดิม (สร้างขึ้นใหม่) · ศาสนาสมัยราชวงศ์ชาง · ศาสนาสมัยราชวงศ์โจวตะวันตก · ศาสนาอิหร่านโบราณ (สมัยอะคีเมนิด) · ศาสนาไซเธีย (ไซเธียนและซากา) · ศาสนาของชาวซอกเดีย · ศาสนาฮูร์เรีย · ศาสนาซูเมอร์ · ศาสนายุคต้นของโคกูรยอและชิลลา · ศาสนาเกิกเติร์ก (ทูเจฺว๋) · ลัทธิขงจื๊อ · ลัทธิอนุตตรธรรม · ศาสนารีวกีว · ศาสนาไอนุ · ลัทธิตงปา · ลัทธิหานกุย (ศาสนาของชาวผู่หมี่) · ความเชื่อดั้งเดิมของชาวอาตายัล (อูตุค/กากา) · ความเชื่อดั้งเดิมของชาวเซดิกและทาโรโก · ความเชื่อดั้งเดิมของชาวอามี่ (คาวัส) · ความเชื่อดั้งเดิมของชาวเต๋า (ยามี) · ลัทธิช็อนโด · ลัทธิจึงซัน · ลัทธิเท็งกรี (เติร์ก–มองโกล–ซายัน-อัลไต) จากแหล่งภาษารัสเซีย · ลัทธิเชมันบูรยัต · ลัทธิหมอผีของชาวอีเวนกี · ศาสนามาณีกี · ศาสนาจอร์เจียก่อนคริสต์ศาสนา · ศาสนาอาร์มีเนียก่อนคริสต์ศาสนา · ศาสนามันดาอี · อัยยาวฬี · ศาสนาบาตัก / อูกาโม มาลิม (ปาร์มาลิม) · ศาสนาดั้งเดิมบูกิส: โตโลตัง และจักรวาลลากาลีโก · การนับถือนะ (ศาสนาพื้นบ้านพม่า) · ลัทธิกาวด่าย · เจนละและเมืองพระนคร (ลัทธิเทวราชา) · เต่าเหมิ่ว (ลัทธิบูชาพระแม่ของเวียดนาม) · กาฮารีงัน (ศาสนาดั้งเดิมชาวดายัก) · ศาสนาดั้งเดิมชาวดูซุน (ซาบาห์และบรูไน) · ศาสนาพระเวทยุคแรก · ศาสนาพื้นเมืองม้ง (เก๊ด๊าขั่ว) · ศาสนาดั้งเดิมชาวอีบัน · เกอจาเว็น (ความเชื่อชวา) · ความเชื่อพื้นบ้านเขมร (อนักตา ภจุมบิณฑ์ พระแม่โพสพ) · ศาสนาผีลาว–อีสาน (ผี แถน ขวัญ) · มัชปาหิต (ศิวะ-พุทธ และกษัตริย์ที่ได้รับการยกเป็นเทพ) · ความเชื่อพื้นบ้านมลายู (โบโมห์ ปาวัง เซอมางัต ฮันตู มะโย่ง/มาอินปุเตรี) · มาราปู (ศาสนาดั้งเดิมเกาะซุมบา) · ศาสนาดั้งเดิมตากาล็อกและวิซายัส (อานิโต บาทาลา บาบายลัน) จากแหล่งภาษาตากาล็อก/เซบัวโน · สรนาธรรม (ศาสนาของชาวสันตาล มุนดา โฮ ฯลฯ) · ซุนดาวีวีตัน (ศาสนาดั้งเดิมชาวซุนดา) · ศาสนาดั้งเดิมติมอร์ (ลูลิก บ้านศักดิ์สิทธิ์ การบูชาบรรพบุรุษ) · อาลุก โตโดโล (ศาสนาบรรพชนชาวโตราจา)
แอฟริกา (10) · อียิปต์โบราณ · ศาสนาโยรูบา · ศาสนาอาคาน · ซูลู · วูดูแอฟริกาตะวันตก (ฟอน เอเว กุน) · ศาสนาดั้งเดิมมาดากัสการ์ (ฟมบากาซี) · ศาสนาดั้งเดิมของชาวลุกบารา · ศาสนาดั้งเดิมของชาวมาไซ · ศาสนาดั้งเดิมของชาวคิคุยุ · ศาสนาเซเรอร์ (อา ตัต โรก)
ยุโรป (18) · กรีกโบราณ · โรมันโบราณ · นอร์ส · ศาสนาอินโด-ยูโรเปียนดั้งเดิม (สร้างขึ้นใหม่) · ศาสนาไซเธีย (ไซเธียนและซากา) · ศาสนาเกิกเติร์ก (ทูเจฺว๋) · ศาสนาไอนุ · ลัทธิเท็งกรี (เติร์ก–มองโกล–ซายัน-อัลไต) จากแหล่งภาษารัสเซีย · ลัทธิเชมันบูรยัต · ลัทธิเชมันตูวา · ศาสนาดั้งเดิมของชาวซาฮา (ยาคุต) · ลัทธิหมอผีของชาวอีเวนกี · ความเชื่อดั้งเดิมของชาวคันตีและมันซี · ศาสนาดั้งเดิมของชาวสลาฟ · ศาสนาดั้งเดิมของลิทัวเนีย (รวมขบวนการโรมูวา) · ศาสนาก่อนคริสต์ของชาวฮังการีและความเชื่อเรื่องตาลโตช · ปรัมปราวิทยาไอริช · ศาสนาและเทพปกรณัมเวลส์ยุคก่อนคริสต์
อเมริกา (24) · ศาสนาแอซเท็ก (เม็กซิกา/นาวา) · ศาสนาและความเชื่อของชาวมายา · อินคา / แอนดีส · ลาโกตา · กังดงแบล · อุมบันดา · ซันเตรีย (เรกลาเดโอชา / ลูกูมี) · วูดูเฮติ · ความเชื่อเกชัว (แอนดีส) · ความเชื่อไอมารา · ศาสนามุยสกา · ศาสนามาปูเช · ศาสนากูนา (ดุเล) — อีเบออร์กุน · ศาสนาดั้งเดิมมิสกิโต · ศาสนาปิปิล (ชาวนาวาแห่งเอลซัลวาดอร์) · ความเชื่อกวารานี (มบยา · อาวา · ปาอี ตาวีเตรา) · ความเชื่อตูปี/ตูปีนัมบา (ชายฝั่งบราซิล) · จักรวาลวิทยาชิปิโบ-โกนิโบ · ความเชื่อก็อม (โตบา) แห่งกรานชาโก · ความเชื่อโฮเดโนโชนี (อิโรควอย) และศาสนาลองเฮาส์ · ความเชื่อดั้งเดิมของชาวอินูอิต · ความเชื่อชูอาร์ (รวมอาชูอาร์ ตระกูลฮีวาโร) · ความเชื่อเซลก์นัม (ติเอร์ราเดลฟวยโก) · ศาสนาดั้งเดิมของฮาวาย
โอเชียเนีย (3) · อะบอริจินออสเตรเลีย · ศาสนาดั้งเดิมของชาวฟีจี (ก่อนคริสต์) · ศาสนาดั้งเดิมของตาฮีตีและหมู่เกาะโซไซตี (มาโอฮี)
วิธีนับ: รวบรวม 370 ความเชื่อจากทุกทวีป ทั้งที่ยังมีคนนับถือและอารยธรรมโบราณ จากแหล่งหลายสิบภาษา นับ 1 ความเชื่อเป็น 1 เสียง และนับเฉพาะที่มีแหล่งยืนยัน ความเชื่อที่ไม่ปรากฏในหน้านี้ไม่ได้แปลว่าไม่มีความเชื่อนั้น อาจแค่ยังไม่มีเอกสารที่เราค้นถึง ศาสนาที่มีคัมภีร์มาก (พุทธ ฮินดู จีน ยิว คริสต์ อิสลาม) จึงมีรายละเอียดมากกว่าความเชื่อที่เล่าปากต่อปาก ข้อมูลบางส่วนมาจากบันทึกของมิชชันนารีหรือคนนอก หน้านี้ไม่ได้ตัดสินว่าความเชื่อไหนถูก