พระอิศวรป่นราชสีห์ ช้าง ควาย เสือ ห่อผ้าคนละสีจนเกิดเป็นเทวดาประจำวัน สีผ้ากลายเป็นสีประจำวัน จำนวนสัตว์กลายเป็นกำลังดาว

สีประจำวันของไทยมาจากตำนานกำเนิดเทวดานพเคราะห์ ตำนานเล่าว่าพระอิศวรนำสิ่งมีชีวิตมาบดเป็นผง ห่อด้วยผ้าคนละสี แล้วพรมน้ำอมฤต เกิดเป็นเทวดาทีละองค์ สีกายของเทวดาเป็นสีเดียวกับผ้าที่ห่อ และเมื่อชื่อเทวดากลายเป็นชื่อวัน สีกายนั้นก็กลายเป็นสีประจำวัน ส่วนจำนวนสัตว์ที่ถูกบด เช่นราชสีห์ 6 ตัวของพระอาทิตย์ กลายเป็นกำลังพระเคราะห์ที่โหราศาสตร์ไทยใช้คำนวณ

เทวดานพเคราะห์ทั้ง 9 องค์มาจากโหราศาสตร์ฮินดู แต่เรื่องพระอิศวรป่นสัตว์เป็นคติที่เล่ากันในไทย เราไม่พบเรื่องนี้ในแหล่งฝั่งฮินดู ซึ่งเทวดาแต่ละองค์มีกำเนิดของตัวเอง เช่นราหูคืออสูรสวรภานุ ศาสตร์ดูดวงอื่นที่คนไทยใช้ก็มีตำนานของตัวเองเหมือนกัน นางสงกรานต์มาจากหัวของท้าวกบิลพรหมที่แพ้พนันธรรมบาลกุมาร ยามอุบากองมาจากนายทัพพม่าที่ติดคุก เซียมซีมากับพ่อค้าจีน มีแค่พรหมชาติที่ไม่มีตำนานกำเนิดเลย

พระอิศวรป่นสัตว์: เทวดาประจำวันเกิดมาอย่างไร

ตำนานไล่ไปทีละวัน พระอาทิตย์เกิดจากราชสีห์ 6 ตัว ห่อผ้าสีแดง พระจันทร์เกิดจากนางฟ้า 15 องค์ที่พระอิศวรร่ายพระเวทให้กลายเป็นผง ห่อผ้าสีเหลืองอ่อน พระอังคารเกิดจากกระบือ 8 ตัว พระพุธเกิดจากพญาคชสาร 17 ตัว ห่อผ้าสีเขียวใบไม้ พระพฤหัสบดีเกิดจากพระฤๅษี 19 ตน ห่อผ้าสีแสด พระศุกร์เกิดจากโค 21 ตัว ห่อผ้าสีน้ำเงินหรือคราม และพระเสาร์เกิดจากเสือ 10 ตัว ห่อผ้าสีดำหลัว ทุกห่อพรมด้วยน้ำอมฤตก่อนจะบังเกิดเป็นเทวดา

หลายองค์ยังขี่สัตว์ชนิดเดียวกับที่ถูกป่นมาสร้างตัวเอง พระอาทิตย์ทรงราชสีห์ พระอังคารทรงมหิงสาหรือควาย พระเสาร์ทรงพยัคฆ์หรือเสือ ส่วนพระพุธ วิกิพีเดียไทยสองหน้าเล่าไม่ตรงกัน หน้านพเคราะห์ว่าทรงราชสีห์ หน้าพระพุธว่าทรงคชสาร

อีกสององค์ไม่มีวันของตัวเองในสัปดาห์ พระราหูสร้างจากหัวผีโขมด 12 หัว ห่อผ้าสีทอง ได้กายสีนิลออกไปทางทองแดง และในการดูดวงแบบไทย พระราหูคือคนเกิดวันพุธกลางคืน ส่วนพระเกตุสร้างจากนาค 9 ตัว ห่อผ้าสีทองเหมือนกัน แต่หมอดูไทยไม่นิยมพิจารณาพระเกตุมากนัก เพราะถือว่าให้ผลเป็นกลางๆ

สีประจำวัน ในตำนานกับที่ใช้ทุกวันนี้

ถ้าเทียบสีผ้าในตำนานกับสีประจำวันที่ใช้ทุกวันนี้ ตรงกันชัดแค่บางวัน วันอาทิตย์แดงกับวันพุธเขียวตรงกันพอดี วันพฤหัสบดีผ้าในตำนานเป็นสีแสด ใกล้กับสีส้มที่ใช้ วันเสาร์ต่างชัดที่สุด ผ้าในตำนานเป็นสีดำ แต่สีประจำวันเสาร์ที่คนไทยใช้คือม่วง ส่วนวันอังคาร หน้าสีประจำวันในวิกิพีเดียไทยว่าผ้าเป็นสีแดงหลัว บางแห่งว่าชมพู ขณะที่หน้านพเคราะห์ว่าชมพูหม่น

แหล่งไทยเองก็เล่าไม่ตรงกันอีกหลายจุด พระจันทร์ห่อผ้าสีเหลืองอ่อนในหน้าหนึ่ง แต่สีขาวนวลในอีกหน้า พระศุกร์ห่อผ้าน้ำเงินหรือครามในหน้าหนึ่ง ฟ้าอ่อนในอีกหน้า และบางตำราว่าพระศุกร์สร้างจากเทพยาธร ไม่ใช่โค 21 ตัว ที่สองหน้าตรงกันคือจำนวนสัตว์ หน้าสีประจำวันในวิกิพีเดียไทยยังติดป้ายว่าต้องการแหล่งอ้างอิงเพิ่ม และเว็บอย่างศิลปวัฒนธรรมเราดึงข้อมูลไม่ได้ ตำราไทยเล่มจริงจึงอาจเล่ารายละเอียดต่างออกไป และการที่เราไม่พบตำนานนี้ในแหล่งฮินดูก็ไม่ได้แปลว่าไม่มีแน่นอน

วัน (เทวดา)สัตว์ที่ถูกป่นสีผ้าในตำนานสีประจำวันทุกวันนี้กำลังพระเคราะห์
อาทิตย์ (พระอาทิตย์)ราชสีห์ 6 ตัวแดงแดง6
จันทร์ (พระจันทร์)นางฟ้า 15 องค์เหลืองอ่อน (อีกหน้าว่าขาวนวล)เหลือง15
อังคาร (พระอังคาร)กระบือ 8 ตัวแดงหลัว บางแห่งว่าชมพู (อีกหน้าว่าชมพูหม่น)ชมพู8
พุธ (พระพุธ)คชสาร 17 ตัวเขียวใบไม้เขียว17
พฤหัสบดี (พระพฤหัสบดี)ฤๅษี 19 ตนแสด (อีกหน้าว่าเหลืองส้ม)ส้ม19
ศุกร์ (พระศุกร์)โค 21 ตัว (บางตำราว่าเทพยาธร)น้ำเงินหรือคราม (อีกหน้าว่าฟ้าอ่อน)ฟ้า21
เสาร์ (พระเสาร์)เสือ 10 ตัวดำหลัว (อีกหน้าว่าดำ)ม่วง10
พุธกลางคืน (พระราหู)หัวผีโขมด 12 หัวทองตารางสีประจำวันไม่มีแถวนี้12

กำลังพระเคราะห์และทักษา: ตัวเลขที่มาจากจำนวนสัตว์

วิกิพีเดียไทยเขียนไว้ตรงๆ ว่าเพราะพระอาทิตย์สร้างจากราชสีห์ 6 ตัว จึงมีกำลังพระเคราะห์เป็น 6 และใช้เหตุผลเดียวกันกับทุกองค์ ได้เป็นอาทิตย์ 6 จันทร์ 15 อังคาร 8 พุธ 17 พฤหัสบดี 19 ศุกร์ 21 เสาร์ 10 และราหู 12 ถ้าบวกทั้ง 8 ตัวจะได้ 108 พอดี แต่ผลรวมนี้เราบวกเอง แหล่งที่เราอ่านไม่ได้พูดถึงเลย

เทวดา 8 องค์นี้คือชุดเดียวกับทักษา ในโหราศาสตร์ไทย ทักษาหมายถึงดาว 8 ดวงที่เรียงลำดับเฉพาะ คือ อาทิตย์ 1 จันทร์ 2 อังคาร 3 พุธ 4 เสาร์ 7 พฤหัสบดี 5 ราหู 8 และศุกร์ 6 ซึ่งไม่ได้เรียงตามวันในสัปดาห์ ทักษาใช้แทนวันเกิด โดยเพิ่มวันพุธกลางคืนเข้ามาเป็นของพระราหู และหลักทักษาปกรณ์ก็เป็นหลักการตั้งชื่อพื้นฐานที่สำคัญของโหราศาสตร์ไทย ตำราดูฤกษ์ที่เรียกว่ามหาทักษาก็ใช้วิธีนับตำแหน่งดาว 8 ดวงนี้เวียนทางขวา

นางสงกรานต์: หัวของท้าวกบิลพรหม

ตำนานสงกรานต์ที่คนไทยรู้จักอ้างอิงจากจารึก 7 แผ่นที่รัชกาลที่ 3 โปรดให้ติดไว้ในศาลาวัดพระเชตุพนหรือวัดโพธิ์ ธรรมบาลกุมารเป็นเด็กหัวไวที่เรียนภาษานกและไตรเพทจบตั้งแต่อายุ 7 ขวบ ท้าวกบิลพรหมอยากทดสอบจึงลงมาท้าพนันกันถึงขั้นตัดคอ ธรรมบาลกุมารชนะ ท้าวกบิลพรหมต้องตัดเศียรตัวเอง แต่หัวนั้นวางที่ไหนก็ไม่ได้ ถ้าตกลงดินไฟจะไหม้ทั้งโลก โยนขึ้นฟ้าอากาศจะแห้งแล้ง ทิ้งลงทะเลน้ำจะแห้งเหือด ธิดาทั้ง 7 จึงรับเศียรใส่พานแห่รอบเขาพระสุเมรุ แล้วเก็บไว้ในถ้ำคันธุลีบนเขาไกรลาศ ครบปีก็ผลัดกันมาอัญเชิญ

ธิดาทั้ง 7 แทนวันทั้ง 7 นางสงกรานต์ของแต่ละปีจึงเป็นธิดาประจำวันที่ 14 เมษายนตรงกับ ส่วนท่าของนาง ยืน นั่ง นอนลืมตา หรือนอนหลับตา ขึ้นกับเวลาที่ดวงอาทิตย์เข้าราศีเมษ และใช้เป็นคำทำนายของปีนั้น ปี 2569 นางสงกรานต์คือรากษสเทวี ยืนมาบนหลังวราหะ ไทยพีบีเอสอธิบายว่าท้าวกบิลพรหมแท้จริงคือพระอาทิตย์ คำว่ากบิลแปลว่าสีแดง ตำนานทั้งเรื่องจึงเป็นภาพของดวงอาทิตย์ที่ย้ายราศี เรายังไม่ได้หาฉบับลาว พม่า หรือกัมพูชามาเทียบ

ยามอุบากอง: ได้มาจากเชลยพม่า

ยามอุบากองเป็นวิธีดูฤกษ์เคลื่อนทัพแบบง่าย ท่องเป็นกลอนที่ขึ้นต้นว่า ศูนย์หนึ่งอย่าพึ่งจร แม้ราญรอนจะอัปรา วิกิพีเดียไทยเล่าว่าเกิดจากสงครามสมัยรัตนโกสินทร์ อุบากองคือนายทัพพม่าที่ถูกจับได้ ทหารพม่าสักยันต์คล้ายตาหมากรุกที่มีตัวเลขไว้ที่แขน พออุบากองติดคุกก็บอกตำรานี้ให้ไทย จึงเรียกว่ายันต์อุบากอง และคนไทยสมัยก่อนก็นิยมสักยันต์นี้ไว้ที่แขน คัมภีร์โหราศาสตร์ไทยเรียกยามนี้ว่ายามมเหสุระ หน้าวิกิพีเดียเองใช้คำว่ามีเรื่องเล่าว่า และเรายังไม่พบแหล่งฝั่งพม่ามายืนยัน

พรหมชาติ: ตำราที่ไม่มีตำนานกำเนิด

พรหมชาติที่คนไทยใช้ดูดวงและดูเนื้อคู่ไม่มีตำนานว่าใครมอบให้ ตำรานี้สืบทอดมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เป็นสมุดไทยดำ พิมพ์ครั้งแรกสมัยรัชกาลที่ 5 โดยเอกชน ฉบับพิมพ์เก่าสุดของโรงพิมพ์พานิชศุภผลพิมพ์ก่อน พ.ศ. 2455 และไม่ปรากฏชื่อผู้รวบรวม ทุกครั้งที่พิมพ์ใหม่เนื้อหาก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ข้างในมีทั้งคำทำนายชีวิต คำทำนายคู่ครอง การปลูกเรือนและทำนา ฤกษ์ยาม และคำทำนายสงกรานต์

ที่บอกที่มาได้คือส่วนผสมในตำรา พรหมชาติใช้ปีนักษัตรแบบจีน แต่ให้สัตว์แทนนิสัยคนแบบไทย แล้วผสมกับมหาทักษาของพราหมณ์ ส่วนพรหมชาติล้านนาเขียนด้วยอักษรล้านนาบนพับสา และทำนายไปถึงอดีตชาติ ปัจจุบันชาติ และอนาคตชาติ

เซียมซี: กวนอิม พ่อค้าจีน และพระญี่ปุ่นที่มาเข้าฝัน

เซียมซีหรือการเสี่ยงไม้ติ้วมักทำหน้าแท่นบูชาในวัดเต๋าหรือวัดพุทธจีน และบางครั้งเรียกว่าคำทำนายของกวนอิม ส่วนเริ่มเมื่อไหร่ แหล่งอ้างไม่ตรงกัน แหล่งภาษาอังกฤษอ้างตำราเลือกฤกษ์ชื่อบันทึกหีบหยก ซึ่งว่ากันว่าเขียนโดยนักพรตเต๋าสวี่ซวิ่นในศตวรรษที่ 3 ว่าการตีความไม้ติ้วย้อนไปถึงราชวงศ์จิ้น วิกิพีเดียไทยว่าเชื่อกันว่าคิดค้นตั้งแต่ราชวงศ์ชาง ซึ่งเก่ากว่ามาก แต่อ้างอิงเว็บดูดวงกับพันทิป หน้าเดียวกันยังเล่าว่าเซียมซีเข้ามาไทยพร้อมพ่อค้าจีนตั้งแต่สมัยสุโขทัย และสันนิษฐานว่ามีครั้งแรกที่ศาลเจ้าเล่งจูเกียง จังหวัดปัตตานี

ฉบับญี่ปุ่นที่เรียกว่าโอมิกุจิมีตำนานผู้มอบชัดที่สุด ชุดคำทำนาย 100 บทในวัดพุทธญี่ปุ่นถูกอ้างว่าเป็นของพระเรียวเง็น เพราะตำนานว่าพระโพธิสัตว์คันนนหรือกวนอิมเปิดเผยกลอนให้ท่าน แต่ทางประวัติศาสตร์เชื่อว่าญี่ปุ่นทำตามแบบเซียมซีจีน กลอนมาจากชุดคำทำนายสมัยซ่งใต้ และลูกศิษย์ของพระเท็นไกเล่าว่าพระเรียวเง็นมาเข้าฝันพระเท็นไก บอกว่ามีกลอน 100 บทที่หายไปหลายร้อยปี

ที่ตรงกันจริงๆ

ถ้าเรียงตำนานทั้งหมดนี้ดู เกือบทุกอย่างผูกกับเทพหรือดวงดาว สีประจำวันมาจากสีกายเทวดา กำลังพระเคราะห์มาจากจำนวนสัตว์ที่พระอิศวรป่น นางสงกรานต์คือธิดาของท้าวกบิลพรหมที่แท้จริงคือพระอาทิตย์ และเซียมซีคือคำทำนายของกวนอิม ภาพนี้ตรงกับข้อมูลรวมของเราที่ดูว่า 29 วัฒนธรรมเล่าว่าใครเป็นผู้มอบศาสตร์ทำนาย คำตอบที่มากที่สุดคือเทพ ได้ราว 43% ของเสียงทั้งหมด

ที่ต่างจากที่คิด

มี 2 ศาสตร์ที่หลุดจากแบบนั้น ยามอุบากองได้มาจากศัตรูที่เป็นเชลย ไม่ใช่จากเทพ ส่วนพรหมชาติที่คนยังพิมพ์ค้นเพื่อดูเนื้อคู่กลับไม่มีตำนานกำเนิดเลย ไม่มีแม้แต่ชื่อคนรวบรวม อีกเรื่องที่อาจไม่คาดคือเทวดานพเคราะห์มาจากฮินดู แต่เรื่องที่อธิบายสีประจำวันกลับเป็นคติที่เล่ากันในไทย และสีม่วงของวันเสาร์ที่ใส่กันทุกวันนี้ก็ไม่ใช่สีผ้าที่ห่อเสือ 10 ตัวในตำนาน

กลับมาที่เสื้อสีประจำวัน

เสื้อสีเขียวที่ใส่วันพุธมีที่มาจากช้าง 17 เชือกที่ห่อด้วยผ้าเขียวใบไม้ ส่วนเสื้อสีม่วงวันเสาร์ไม่ตรงกับเสือ 10 ตัวที่ห่อผ้าดำในตำนาน ทั้งสองสียังใช้กันอยู่ พร้อมกับทักษาที่ใช้ตั้งชื่อ พรหมชาติที่ใช้ดูเนื้อคู่ และนางสงกรานต์ที่ประกาศกันทุกเดือนเมษายน

คำถามที่คนถามบ่อย

สีประจำวันมาจากไหน

มาจากสีกายของเทวดานพเคราะห์ที่เป็นชื่อวัน ตำนานไทยเล่าว่าพระอิศวรป่นสัตว์เป็นผงแล้วห่อผ้าคนละสีจนเกิดเป็นเทวดา สีกายของเทวดาจึงเป็นสีเดียวกับผ้า และกลายเป็นสีประจำวันนั้น

เทวดานพเคราะห์ทั้ง 9 มีใครบ้าง

พระอาทิตย์ พระจันทร์ พระอังคาร พระพุธ พระพฤหัสบดี พระศุกร์ พระเสาร์ พระราหู และพระเกตุ ต้นทางมาจากโหราศาสตร์ฮินดูที่นับถือพระสุริยเทพกับเทพบริวารอีก 8 องค์ รวมเป็น 9 องค์

เทวดานพเคราะห์ประจำวันเกิดคือองค์ไหน

ตามชื่อวัน เกิดวันอาทิตย์คือพระอาทิตย์ วันจันทร์คือพระจันทร์ ไล่ไปจนวันเสาร์คือพระเสาร์ ส่วนคนเกิดวันพุธกลางคืน ในทักษาถือเป็นของพระราหู

ทักษาคืออะไร

ทักษาคือดาว 8 ดวงที่เรียงลำดับเฉพาะ อาทิตย์ 1 จันทร์ 2 อังคาร 3 พุธ 4 เสาร์ 7 พฤหัสบดี 5 ราหู 8 และศุกร์ 6 ใช้แทนวันเกิด และหลักทักษาปกรณ์เป็นหลักการตั้งชื่อพื้นฐานของโหราศาสตร์ไทย

ทำไมสีประจำวันเสาร์เป็นสีม่วง

ในตำนาน พระเสาร์สร้างจากเสือ 10 ตัวที่ห่อผ้าสีดำ ไม่ใช่สีม่วง แหล่งที่เรามีไม่ได้บอกว่าสีม่วงเข้ามาแทนเมื่อไหร่หรือเพราะอะไร

ดูดวงพรหมชาติคืออะไร มาจากไหน

พรหมชาติเป็นตำราทำนายที่สืบทอดมาตั้งแต่สมัยอยุธยา มีทั้งคำทำนายชีวิตและคู่ครอง ไม่มีตำนานว่าใครมอบให้และไม่ปรากฏชื่อผู้รวบรวม เป็นลูกผสมของปีนักษัตรจีน นิสัยสัตว์แบบไทย และมหาทักษาของพราหมณ์

นางสงกรานต์แต่ละปีเลือกอย่างไร

ดูว่าวันที่ 14 เมษายนตรงกับวันอะไร ธิดาของท้าวกบิลพรหมประจำวันนั้นคือนางสงกรานต์ของปี ส่วนท่ายืน นั่ง นอนลืมตา หรือนอนหลับตา ขึ้นกับเวลาที่ดวงอาทิตย์เข้าราศีเมษ

เซียมซีมาจากไหน

มาจากการเสี่ยงไม้ติ้วในวัดจีน บางครั้งเรียกว่าคำทำนายของกวนอิม แหล่งอังกฤษอ้างว่าย้อนไปถึงราชวงศ์จิ้น วิกิพีเดียไทยว่าเชื่อกันว่าตั้งแต่ราชวงศ์ชาง และเข้ามาไทยพร้อมพ่อค้าจีนตั้งแต่สมัยสุโขทัย

แหล่งที่มาของความเชื่อที่อ้างถึง (12)
th.wikipedia.org · th.wikipedia.org/wiki/สีประจำวัน
th.wikipedia.org · th.wikipedia.org/wiki/นพเคราะห์
www.dailynews.co.th · www.dailynews.co.th/news/2208136/
www.thaipbs.or.th · www.thaipbs.or.th/now/content/108
th.wikipedia.org · th.wikipedia.org/wiki/ยามอุบากอง
th.wikipedia.org · th.wikipedia.org/wiki/พรหมชาติ
en.wikipedia.org · en.wikipedia.org/wiki/Kau_cim
th.wikipedia.org · th.wikipedia.org/wiki/เซียมซี
en.wikipedia.org · en.wikipedia.org/wiki/Omikuji
th.wikipedia.org · th.wikipedia.org/wiki/พระพุธ
th.wikipedia.org · th.wikipedia.org/wiki/พระเกตุ
th.wikipedia.org · th.wikipedia.org/wiki/โหราศาสตร์ไทย

วิธีนับ: รวบรวม 370 ความเชื่อจากทุกทวีป ทั้งที่ยังมีคนนับถือและอารยธรรมโบราณ จากแหล่งหลายสิบภาษา นับ 1 ความเชื่อเป็น 1 เสียง และนับเฉพาะที่มีแหล่งยืนยัน ความเชื่อที่ไม่ปรากฏในหน้านี้ไม่ได้แปลว่าไม่มีความเชื่อนั้น อาจแค่ยังไม่มีเอกสารที่เราค้นถึง ศาสนาที่มีคัมภีร์มาก (พุทธ ฮินดู จีน ยิว คริสต์ อิสลาม) จึงมีรายละเอียดมากกว่าความเชื่อที่เล่าปากต่อปาก ข้อมูลบางส่วนมาจากบันทึกของมิชชันนารีหรือคนนอก หน้านี้ไม่ได้ตัดสินว่าความเชื่อไหนถูก

อ่านต่อ: ความหมายของดวงดาวมาจากไหน (ประวัติศาสตร์) · ราหูอมจันทร์คืออะไร มาจากไหน? 37 วัฒนธรรมเล่าว่าใครกินดวงจันทร์ · 12 นักษัตร: หนูขี่วัวชนะ ทำไมไม่มีแมว และชาติไหนใช้สัตว์ต่างกัน · 12 ราศีมาจากไหน: แกะทองคำ ปูของเฮรา แมงป่องฆ่าโอไรออน และราศีที่ 13 · ใครมอบศาสตร์ทำนายให้มนุษย์? 52 ศาสตร์ 29 วัฒนธรรม ส่วนใหญ่ตอบว่าเทพ

ดูว่า 26 ศาสตร์เห็นตรงกันเรื่องไหนของคุณ →