ราศีทั้ง 12 มีตำนานกรีก แต่รูปมาจากบาบิโลนก่อน ชื่อไทยมาทางอินเดีย และราศีที่ 13 ที่เล่าต่อกันในไทยไม่ตรงกับต้นฉบับ
ทุกราศีมีตำนานกรีกผูกอยู่ ราศีเมษคือแกะทองคำที่บินมาช่วยเด็กสองคนจากการถูกบูชายัญ ราศีกรกฎคือปูที่เทพีเฮราวางไว้บนฟ้าหลังมันกัดเท้าเฮราคลีส ราศีพิจิกคือแมงป่องที่ถูกส่งไปฆ่านายพรานโอไรออน แต่รูปบนฟ้ามาก่อนเรื่องเล่า จักรราศี 12 ส่วนเกิดในดาราศาสตร์บาบิโลนช่วงสหัสวรรษแรกก่อน ค.ศ. แล้วส่งต่อให้กรีกราวศตวรรษที่ 2 ก่อน ค.ศ. หลายราศี เช่น มกร ธนู และมีน กรีกต้องหาเรื่องมาอธิบายรูปที่รับมาอีกที
ส่วนราศีที่ 13 คนแบกงู เป็นกลุ่มดาวจริงที่ดวงอาทิตย์เดินผ่าน แต่ไม่ใช่ราศีในโหราศาสตร์แบบดั้งเดิม ฉบับที่เล่าต่อกันในวิกิพีเดียไทยว่าหมอคนหนึ่งเห็นงูกินผลไม้แล้วเป็นอมตะ ขณะที่ฉบับยุคโรมันเล่าว่าหมอแอสคลีเปียสเห็นงูตัวหนึ่งคาบสมุนไพรมาให้อีกตัว และข่าวว่า NASA เพิ่มราศีที่ 13 นั้น NASA ตอบเองว่าไม่ได้เปลี่ยนจักรราศี
รูปบนฟ้ามาจากบาบิโลน
เรื่องว่าจักรราศีเดินทางจากบาบิโลนมาถึงไทยอย่างไร เราเล่าละเอียดไว้แล้วในบทความความหมายของดวงดาวมาจากไหน ที่นี่ขอเล่าแค่ว่าชาวบาบิโลนเห็นอะไรบนฟ้า กลุ่มดาวที่ตอนนี้เป็นแกะ เดิมชื่อ "ลูกจ้างทำนา" แล้วค่อยกลายเป็นแกะ น่าจะเพราะผูกกับดูมูซีเทพผู้เลี้ยงแกะ วัวคือ "วัวแห่งสวรรค์" ที่เทพีอิชทาร์ส่งไปฆ่ากิลกาเมช คนคู่คือ "คู่แฝดผู้ยิ่งใหญ่" สิงโตคือ "สิงโตใหญ่" แมงป่องคือ MUL.GIR.TAB ที่อ่านตามตัวได้ว่า "สัตว์ที่มีเหล็กในแผดเผา" ส่วนแพะครึ่งปลาเป็นหนึ่งในภาพที่เก่าที่สุด พบบนตราประทับทรงกระบอกราวศตวรรษที่ 21 ก่อน ค.ศ. และไม่เปลี่ยนรูปมาจนทุกวันนี้
บางราศีบาบิโลนเห็นเป็นอย่างอื่นเลย ชื่อ MUL.AL.LUL ของกรกฎแปลได้ทั้งปูและเต่า บนหลักเขตของบาบิโลนพบรูปเต่าบ่อย แต่ยังไม่เคยพบรูปปู กันย์เดิมมีส่วนหนึ่งเป็น "ร่องไถ" ของเทวีชาลากับรวงข้าวของนาง ชื่อดาวสไปกาที่แปลว่ารวงข้าวยังเก็บร่องรอยนี้ไว้ กุมภ์คือเทพเออาถือแจกันที่น้ำล้น และมีมีนเป็นการรวมกลุ่มดาว "นกนางแอ่นใหญ่" กับ "อนุนีทุม เทวีแห่งสวรรค์" เข้าด้วยกัน
เมษ พฤษภ เมถุน: แกะที่บินข้ามทะเล วัวที่ว่ายน้ำ และแฝดที่ไม่ยอมแยกกัน
ตำนานแกะทองคำเริ่มในบ้านของกษัตริย์อาทามัส ฟริกซัสกับเฮลลีเป็นลูกของพระองค์กับเนเฟลีภรรยาคนแรก อิโนภรรยาคนที่สองอิจฉาจนอยากฆ่าลูกเลี้ยง นางทำให้แคว้นโบโอเทียอดอยาก แล้วปลอมคำทำนายจากเดลฟีว่าต้องบูชายัญฟริกซัสจึงจะพ้นภัย ตอนที่อาทามัสกำลังจะลงมือบนเขาลาฟิสทิอุม แกะทองคำที่เนเฟลีส่งมาก็มาถึงพอดี แกะพาพี่น้องบินหนี แต่เฮลลีพลัดตกกลางทางจมน้ำที่ช่องแคบดาร์ดะเนลส์ ที่นั่นจึงได้ชื่อว่าเฮลเลสปอนต์ตามนาง ฟริกซัสไปถึงแคว้นคอลคิส และขนของแกะตัวนี้คือขนแกะทองคำที่เจสันออกตามหาในภายหลัง
ราศีพฤษภคือซุสที่แปลงเป็นวัวขาวงามเพื่อลักพาเจ้าหญิงยูโรปา ภาพกลุ่มดาวมีแค่ครึ่งหน้า คำอธิบายคือวัวกำลังว่ายน้ำพานางลงทะเล ครึ่งหลังจมอยู่ใต้น้ำ อีกฉบับว่าวัวคือไอโอ คนรักที่ซุสแปลงเป็นวัวสาวเพื่อซ่อนจากเฮราภรรยา ส่วนราศีเมถุนคือคาสเตอร์กับพอลลักซ์ ลูกของนางลีดาเหมือนกัน แต่พอลลักซ์เป็นลูกซุส คาสเตอร์เป็นลูกทินดาเรียส กษัตริย์สปาร์ตา พอคาสเตอร์ตายเพราะเป็นมนุษย์ พอลลักซ์ขอให้ซุสทำให้พี่เป็นอมตะ ซุสจึงให้ทั้งคู่อยู่ด้วยกันบนฟ้า
กรกฎ สิงห์: สองราศีจากงานของเฮราคลีส
ตอนเฮราคลีสสู้กับไฮดรางูหลายหัว มีปูตัวหนึ่งโผล่ขึ้นมากัดเท้าเขา แล้วถูกฆ่า เทพีเฮราซึ่งเป็นศัตรูของเฮราคลีสจึงวางปูไว้บนฟ้า วิกิพีเดียอังกฤษตั้งข้อสังเกตว่ากลุ่มดาวนี้ในบาบิโลนผูกกับความตายและทางลงสู่ยมโลกอยู่แล้ว ซึ่งอาจเป็นต้นทางของเรื่องเฮราคลีสกับไฮดราในตำนานกรีกยุคหลัง
ราศีสิงห์คือสิงโตแห่งนีเมีย ที่เฮราคลีสฆ่าในภารกิจแรกจากทั้งหมด 12 ประการ นักตำนานวิทยาบางคนเชื่อว่าในสุเมเรีย สิงโตตัวนี้คืออสูรฮุมบาบาที่กิลกาเมชฆ่า และสิงห์เป็นราศีที่ชื่อตรงกันข้ามวัฒนธรรมมากที่สุดในชุดนี้ ชาวเปอร์เซีย ตุรกี ซีเรีย ยิว และอินเดีย เรียกกลุ่มดาวนี้ว่าสิงโตทั้งหมด ดาวเรกูลัสที่อยู่ตรงอกสิงโต บาบิโลนถือเป็นดาวแห่งกษัตริย์
กันย์ ตุล: หญิงสาวหลายคน กับตาชั่งที่เกิดทีหลังสุด
ราศีกันย์ไม่มีเรื่องเดียวที่เป็นหลัก กรีกกับโรมันผูกกับเทวีดีมิเทอร์และเพอร์เซโฟนี บ้างว่าคือแอสเทรีย เทวีแห่งความยุติธรรม ที่ทิ้งโลกขึ้นไปอยู่บนฟ้าเมื่อยุคเงินสิ้นสุด บ้างว่าคือเอริโกนี ลูกสาวอิคาริอุสแห่งเอเธนส์ อิคาริอุสถูกคนเลี้ยงแกะของตัวเองฆ่าตอนพวกนั้นเมา แล้วเอริโกนีผูกคอตายเพราะเศร้า
ราศีตุลในบาบิโลนเรียกว่า "ตาชั่ง" เป็นของศักดิ์สิทธิ์ของชามาช เทพสุริยะผู้ดูแลความจริงและความยุติธรรม แต่บาบิโลนก็เรียกอีกชื่อว่า "ก้ามของแมงป่อง" กรีกเห็นเป็นก้ามแมงป่อง นับเป็นส่วนหนึ่งของราศีพิจิก เพิ่งกลายเป็นกลุ่มดาวแยกในสมัยโรมัน เป็นตาชั่งที่แอสเทรียแห่งราศีกันย์ถือไว้ ตุลจึงเป็นราศีเดียวที่ไม่ใช่สิ่งมีชีวิต และเกิดเป็นราศีแยกทีหลังสุด
พิจิก ธนู: แมงป่องที่ไล่โอไรออน กับคนยิงธนูที่ไม่มีใครแน่ใจว่าเป็นใคร
ฉบับหนึ่งเล่าว่านายพรานโอไรออนคุยกับเทวีอาร์ทีมิสและเลโตผู้เป็นแม่ว่าจะฆ่าสัตว์ทุกตัวบนโลก ทั้งสองจึงส่งแมงป่องยักษ์ไปฆ่าเขา การต่อสู้ไปถึงสายตาซุส ซุสยกทั้งคู่ขึ้นฟ้าให้เป็นเครื่องเตือนมนุษย์เรื่องความหยิ่งเกินตัว อีกฉบับว่าอพอลโลแฝดของอาร์ทีมิสเป็นผู้ส่งแมงป่อง เพราะโอไรออนได้ใจอาร์ทีมิสจากการยอมรับว่านางเก่งกว่า ทั้งสองฉบับอาร์ทีมิสเป็นคนขอให้ซุสยกโอไรออนขึ้นฟ้า และตั้งแต่นั้นโอไรออนออกล่าทุกฤดูหนาว แล้วหนีไปทุกฤดูร้อนเมื่อแมงป่องขึ้นมา ตำนานนี้ใช้อธิบายว่าทำไมกลุ่มดาวนายพรานกับแมงป่องไม่เคยขึ้นพร้อมกัน
ราศีธนูบาบิโลนเห็นเป็นเทพเนอร์กัล สิ่งมีชีวิตคล้ายคนครึ่งม้ากำลังยิงธนู ชื่อสุเมเรียน Pabilsag แปลราวว่า "ญาติผู้ใหญ่ฝ่ายพ่อ หัวหน้า" วิกิพีเดียอังกฤษบอกว่าเพราะกรีกรับกลุ่มดาวนี้มาจากสุเมเรียน จึงสับสนว่าคนยิงธนูเป็นใคร บ้างว่าคือไครอน คนครึ่งม้าลูกของโครนัส ครูของเจสัน บ้างว่าไครอนเป็นคนคิดกลุ่มดาวนี้เองเพื่อนำทางเรืออาร์โกไปหาขนแกะทองคำ ส่วนเอราทอสเทนีสว่าไม่ใช่คนครึ่งม้าเลย แต่เป็นซาเทียร์ชื่อโครตัส ลูกของแพน ผู้ที่กรีกยกให้เป็นคนคิดการยิงธนู
มกร กุมภ์ มีน: หนีไทฟอน น้ำท่วมโลก และปลาสองตัว
ราศีมกรเป็นแพะครึ่งปลามาตั้งแต่บาบิโลน กรีกจึงต้องหาตัวตนให้ บ้างว่าคืออมัลเธีย แพะที่ให้นมซุสตอนเป็นทารก ตอนแม่ของซุสซ่อนเขาจากโครนอสผู้เป็นพ่อที่จะกลืนลูก เขาที่หักของอมัลเธียกลายเป็นเขาแห่งความอุดมสมบูรณ์ บ้างว่าคือแพน เทพเขาแพะที่หนีอสูรไทฟอนด้วยการเสกหางตัวเองเป็นปลาแล้วกระโดดลงแม่น้ำ
ราศีกุมภ์ในบาบิโลนคือเทพเออาถือแจกันที่น้ำล้น และผูกกับน้ำท่วมที่ทำลายล้างซึ่งชาวบาบิโลนเจอบ่อย จึงเป็นลางร้าย กรีกเก็บเรื่องน้ำท่วมไว้ในฉบับหนึ่ง คือดิวคาเลียน ลูกของโพรมีธีอุส ที่ต่อเรือกับภรรยาชื่อพีร์ราเพื่อรอดน้ำท่วมโลก อีกฉบับว่าคือแกนีมีด เด็กหนุ่มรูปงามลูกกษัตริย์ทรอสแห่งทรอย ที่ซุสพาขึ้นเขาโอลิมปัสไปเป็นผู้ถือถ้วยของเหล่าเทพ
ราศีมีนมีสองฉบับที่เล่าเหตุการณ์เดียวกันต่างกัน ฉบับกรีกของไฮจินัสว่าอโฟรไดทีกับอีรอสผู้เป็นลูกหนีอสูรไทฟอนด้วยการกระโดดลงแม่น้ำยูเฟรทีสแล้วกลายร่างเป็นปลา ฉบับโรมันของโอวิดว่าวีนัสกับคิวปิดถูกปลาสองตัวแบกหนีพ้นอันตราย ในฉบับแรกปลาคือร่างของเทพเอง ในฉบับหลังปลาเป็นผู้ช่วย ส่วนเชือกที่ผูกปลาสองตัวเข้าด้วยกันก็มีมาตั้งแต่บาบิโลน ที่เรียกกลุ่มดาวส่วนหนึ่งว่า "เชือกผูกปลา"
| ราศี (ไทย) | ราชบัณฑิตฯ ว่ารูปอะไร | บาบิโลนเห็นเป็น | ตำนานกรีก-โรมัน |
|---|---|---|---|
| เมษ | แกะ | ลูกจ้างทำนา แล้วกลายเป็นแกะ | แกะทองคำช่วยฟริกซัสกับเฮลลี |
| พฤษภ | วัว | วัวแห่งสวรรค์ที่อิชทาร์ส่งไปฆ่ากิลกาเมช | ซุสแปลงเป็นวัวลักพายูโรปา · หรือไอโอ |
| เมถุน | คนคู่ | คู่แฝดผู้ยิ่งใหญ่ | คาสเตอร์กับพอลลักซ์ |
| กรกฎ | ปู | ปูหรือเต่า ผูกกับทางลงยมโลก | ปูกัดเท้าเฮราคลีส เฮราวางไว้บนฟ้า |
| สิงห์ | สิงห์ | สิงโตใหญ่ | สิงโตแห่งนีเมีย ภารกิจแรกของเฮราคลีส |
| กันย์ | หญิงสาว | ร่องไถกับรวงข้าวของเทวีชาลา | ดีมิเทอร์ เพอร์เซโฟนี แอสเทรีย หรือเอริโกนี |
| ตุล | คันชั่ง | ตาชั่งของชามาช หรือก้ามแมงป่อง | ตาชั่งของแอสเทรีย แยกเป็นราศีสมัยโรมัน |
| พิจิก | แมงป่อง | สัตว์ที่มีเหล็กในแผดเผา | แมงป่องที่ถูกส่งไปฆ่าโอไรออน |
| ธนู | ธนู | เทพเนอร์กัล คล้ายคนครึ่งม้ายิงธนู | ไครอน หรือซาเทียร์โครตัส |
| มกร | มังกร | แพะครึ่งปลา | แพะอมัลเธีย หรือแพนหนีไทฟอน |
| กุมภ์ | หม้อ | เทพเออาถือแจกันน้ำล้น ลางน้ำท่วม | ดิวคาเลียนรอดน้ำท่วม หรือแกนีมีด |
| มีน | ปลา | นกนางแอ่นใหญ่ + เทวีอนุนีทุม | อโฟรไดทีกับอีรอสกลายเป็นปลาหนีไทฟอน |
| ภุชงค์ (กลุ่มดาว ไม่ใช่ราศีดั้งเดิม) | ภุชงค์ แปลว่างู นาค | ไม่มีในข้อมูลชุดนี้ | อพอลโลสู้งูที่เดลฟี · แอสคลีเปียส |
ชื่อไทยเล่าอีกเรื่อง: มกรคือมังกร กุมภ์คือหม้อ ธนูคือคันธนู
ชื่อราศีไทยไม่ได้มาจากกรีก แต่มาทางอินเดีย พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานบอกที่มาไว้หลายคำ เมษแปลว่าแกะ มาจากสันสกฤต พฤษภแปลว่าวัว มีนแปลว่าปลา และชื่อในจักรราศีฮินดูของกุมภ์คือ kumbha ที่แปลว่าหม้อน้ำ ราศีส่วนใหญ่รูปจึงตรงกับฝั่งกรีก ที่น่าสนใจคือราศีที่ไม่ตรง
พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานให้ความหมายของมกรว่า "มังกร" และในรายชื่อจักรราศีก็เขียนว่าราศีมังกร ขณะที่ตารางในวิกิพีเดียไทยให้สัญลักษณ์ของราศีเดียวกันว่าแพะทะเล ตามรูปแพะครึ่งปลาของบาบิโลน กุมภ์ในพจนานุกรมคือ "กลุ่มดาวรูปหม้อ" ไม่มีคนถือ ส่วนธนูคือ "กลุ่มดาวรูปธนู" คือตัวคันธนู ไม่ใช่คนยิง สามราศีที่กรีกเล่าเป็นตัวละคร คือคนครึ่งม้า ผู้ถือน้ำ และแพะที่เลี้ยงซุส ในภาษาไทยกลายเป็นสัตว์ในตำนานหนึ่งตัวกับสิ่งของอีกสองชิ้น
ราศีที่ 13 คนแบกงู: ฉบับที่เล่าในไทยกับต้นฉบับ
วิกิพีเดียไทยหน้าจักรราศีเรียกราศีนี้ว่าราศีภุชงค์ หรือคนแบกงู อยู่ระหว่างพิจิกกับธนู และเล่าตำนานว่าหมอออฟฟิอุคัสผู้ชำนาญการแพทย์ เห็นงูกินผลไม้จากต้นหนึ่งแล้วเป็นอมตะ จึงรู้ความลับของต้นไม้นั้น ซุสกลัวว่าความลับจะรั่วและมนุษย์จะเป็นอมตะ จึงสังหารหมอ แล้วนำวิญญาณขึ้นไปเป็นกลุ่มดาว หน้าเดียวกันยังเขียนว่านาซ่าประกาศเมื่อ 13 มกราคม พ.ศ. 2559 ว่าแท้จริงจักรราศีมี 13 ราศี
ต้นฉบับในวิกิพีเดียอังกฤษเล่าต่างออกไป กรีกโบราณเห็นกลุ่มดาวนี้เป็นเทพอพอลโลกำลังสู้กับงูยักษ์ที่เฝ้าเทพพยากรณ์เดลฟี นักเขียนยุคโรมันว่าคือแอสคลีเปียส หมอที่รู้วิธีกันความตายจากการเห็นงูตัวหนึ่งคาบสมุนไพรมารักษาอีกตัว จูปิเตอร์ใช้ฟ้าผ่าฆ่าเขาเพื่อไม่ให้มนุษย์ทั้งหมดเป็นอมตะ แล้ววางรูปเขาไว้บนฟ้าเพื่อยกย่อง ตำนานยุคหลังยังว่าคือลาโอโคออน นักบวชทรอยที่เตือนเรื่องม้าไม้ แล้วถูกงูทะเลคู่หนึ่งฆ่า ฉบับไทยเปลี่ยนสมุนไพรเป็นผลไม้ ไม่เอ่ยชื่อแอสคลีเปียส และให้ซุสเป็นผู้ลงมือ
คนแบกงูเป็นกลุ่มดาวจริง อราทัสกวีกรีกบรรยายว่ามันเหยียบแมงป่องไว้ใต้เท้า เป็น 1 ใน 48 กลุ่มดาวของปโตเลมี และยังเป็น 1 ใน 88 กลุ่มดาวในปัจจุบัน สุริยวิถีตัดผ่าน 13 กลุ่มดาวจริง แต่ราศีคือการแบ่งสุริยวิถีเป็น 12 ส่วน ส่วนละ 30 องศา ไม่ใช่ตัวกลุ่มดาว วิกิพีเดียอังกฤษจึงบอกว่าการเรียกคนแบกงูว่าราศีที่ 13 คือการสับสนระหว่างราศีกับกลุ่มดาว และคนแบกงูไม่ได้เป็นราศีในโหราศาสตร์ดั้งเดิม ทั้งแบบสายนะและนิรายนะ ส่วน NASA ตอบว่า "ไม่ เราไม่ได้เปลี่ยนจักรราศี" และบอกว่าเรื่องนี้วนกลับมาทุกไม่กี่ปี
ที่ตรงกันจริง
ถ้านับจาก 12 ราศีในข้อมูลชุดนี้ มี 7 ราศีที่บาบิโลนเห็นเป็นสิ่งเดียวกับที่เราเห็นทุกวันนี้แล้ว คือแกะ วัว คนคู่ สิงโต แมงป่อง คนครึ่งม้ายิงธนู และแพะครึ่งปลา อีก 5 ราศีรูปเปลี่ยนไประหว่างทาง คือกรกฎที่อาจเคยเป็นเต่า กันย์ที่เคยเป็นร่องไถ ตุลที่เคยเป็นก้ามแมงป่อง กุมภ์ที่เป็นเทพเออา และมีนที่เคยเป็นนกกับเทวี ส่วนตำนานกรีก มี 7 ราศีที่เล่ากันตั้งแต่ 2 ฉบับขึ้นไป คือพฤษภ กันย์ พิจิก ธนู มกร กุมภ์ และมีน ซุสเข้าไปเกี่ยวใน 5 ราศี เฮราคลีสใน 2 ราศี และอสูรไทฟอนเป็นเหตุให้เทพกลายเป็นปลาใน 2 ราศี
แก่นที่ซ้ำคือรูปมาก่อน เรื่องตามมาทีหลัง แต่ละวัฒนธรรมที่รับรูปไปก็เล่าเรื่องของตัวเองทับลงไป บาบิโลนเห็นเทพกับลางน้ำท่วม กรีกเห็นวีรบุรุษกับการลงโทษ ส่วนไทยรับชื่อมาทางอินเดียจนมกรกลายเป็นมังกร ข้อจำกัดคือแหล่งที่เราใช้ส่วนใหญ่เป็นวิกิพีเดีย และวัฒนธรรมที่มีตำรามากอย่างกรีกย่อมมีเรื่องเล่าให้นับมากกว่า การที่เราหาเรื่องของชาติอื่นไม่เจอ ไม่ได้แปลว่าเขาไม่มีเรื่องเล่าของตัวเอง
สุดท้าย
คราวหน้าที่อ่านดวงราศีพิจิกหรือราศีมังกร ลองนึกถึงแมงป่องที่ไล่โอไรออนทุกฤดูร้อน หรือแพะครึ่งปลาบนตราประทับบาบิโลนที่ภาษาไทยเรียกว่ามังกร ราศีของคุณมีเรื่องเล่ามากกว่าหนึ่งเรื่องเสมอ และบางเรื่องเก่ากว่ากรีกเสียอีก
คำถามที่คนถามบ่อย
ตำนานราศีเมษคืออะไร
แกะทองคำที่เนเฟลีส่งมาช่วยฟริกซัสกับเฮลลีจากการถูกบูชายัญ เพราะแม่เลี้ยงชื่ออิโนปลอมคำทำนายเดลฟี เฮลลีตกจากหลังแกะจมน้ำที่ช่องแคบที่ได้ชื่อเฮลเลสปอนต์ ส่วนขนของแกะคือขนแกะทองคำในเรื่องเจสัน
ตำนานราศีพิจิกกับกลุ่มดาวนายพรานเกี่ยวกันยังไง
โอไรออนคุยว่าจะฆ่าสัตว์ทุกตัวบนโลก อาร์ทีมิสกับเลโตจึงส่งแมงป่องไปฆ่า อีกฉบับว่าอพอลโลเป็นผู้ส่ง ซุสยกทั้งคู่ขึ้นฟ้า โอไรออนจึงล่าในฤดูหนาวแล้วหนีไปเมื่อแมงป่องขึ้นในฤดูร้อน สองกลุ่มดาวนี้ไม่เคยขึ้นพร้อมกัน
ตำนานราศีธนูคือใคร
กรีกเองไม่แน่ใจ เพราะรับกลุ่มดาวมาจากสุเมเรียนที่เห็นเป็นเทพเนอร์กัล บ้างว่าคือไครอนคนครึ่งม้าครูของเจสัน บ้างว่าคือซาเทียร์โครตัส ลูกของแพน ผู้คิดการยิงธนู ส่วนพจนานุกรมไทยให้รูปราศีธนูเป็นคันธนู
ตำนานราศีกุมภ์คืออะไร
บาบิโลนเห็นเป็นเทพเออาถือแจกันที่น้ำล้น และเป็นลางน้ำท่วม กรีกว่าคือดิวคาเลียนที่ต่อเรือรอดน้ำท่วมโลก หรือแกนีมีดที่ซุสพาขึ้นโอลิมปัสไปเป็นผู้ถือถ้วย ชื่อไทยกุมภ์แปลว่าหม้อ
ทำไมคนไทยเรียกราศีมกรว่าราศีมังกร
พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานให้ความหมายของมกรว่ามังกร และรายชื่อจักรราศีในพจนานุกรมก็ใช้คำว่าราศีมังกร ส่วนรูปของราศีนี้ตั้งแต่บาบิโลนคือแพะครึ่งปลา ซึ่งวิกิพีเดียไทยเรียกว่าแพะทะเล
ราศีที่ 13 คืออะไร
คนแบกงู หรือราศีภุชงค์ เป็นกลุ่มดาวจริงที่สุริยวิถีตัดผ่าน แต่ไม่ใช่ราศีในโหราศาสตร์แบบดั้งเดิม เพราะราศีคือการแบ่งสุริยวิถีเป็น 12 ส่วน ส่วนละ 30 องศา ตำนานยุคโรมันว่าคือหมอแอสคลีเปียส
NASA เปลี่ยนราศีจริงไหม
ไม่ NASA ตอบว่า "ไม่ เราไม่ได้เปลี่ยนจักรราศี" และ "เราไม่ได้เปลี่ยนราศีใด แค่คำนวณให้ดู" ส่วนวิกิพีเดียไทยยังเขียนว่านาซ่าประกาศเมื่อ 13 มกราคม พ.ศ. 2559 ว่าจักรราศีมี 13 ราศี
ราศีไหนไม่ใช่สัตว์หรือคน
ราศีตุล เป็นตาชั่งที่บาบิโลนถือเป็นของเทพชามาช กรีกเห็นเป็นก้ามแมงป่อง แล้วเพิ่งแยกเป็นราศีในสมัยโรมัน ถ้านับตามพจนานุกรมไทย ราศีธนูกับราศีกุมภ์ก็เป็นสิ่งของ คือคันธนูกับหม้อ
แหล่งที่มาของความเชื่อที่อ้างถึง (18)
วิธีนับ: รวบรวม 370 ความเชื่อจากทุกทวีป ทั้งที่ยังมีคนนับถือและอารยธรรมโบราณ จากแหล่งหลายสิบภาษา นับ 1 ความเชื่อเป็น 1 เสียง และนับเฉพาะที่มีแหล่งยืนยัน ความเชื่อที่ไม่ปรากฏในหน้านี้ไม่ได้แปลว่าไม่มีความเชื่อนั้น อาจแค่ยังไม่มีเอกสารที่เราค้นถึง ศาสนาที่มีคัมภีร์มาก (พุทธ ฮินดู จีน ยิว คริสต์ อิสลาม) จึงมีรายละเอียดมากกว่าความเชื่อที่เล่าปากต่อปาก ข้อมูลบางส่วนมาจากบันทึกของมิชชันนารีหรือคนนอก หน้านี้ไม่ได้ตัดสินว่าความเชื่อไหนถูก
อ่านต่อ: ความหมายของดวงดาวมาจากไหน (ประวัติศาสตร์) · ราหูอมจันทร์คืออะไร มาจากไหน? 37 วัฒนธรรมเล่าว่าใครกินดวงจันทร์ · สีประจำวันมาจากไหน? ตำนานเทวดานพเคราะห์ ทักษา นางสงกรานต์ เซียมซี · 12 นักษัตร: หนูขี่วัวชนะ ทำไมไม่มีแมว และชาติไหนใช้สัตว์ต่างกัน · ใครมอบศาสตร์ทำนายให้มนุษย์? 52 ศาสตร์ 29 วัฒนธรรม ส่วนใหญ่ตอบว่าเทพ
ดูว่า 26 ศาสตร์เห็นตรงกันเรื่องไหนของคุณ →