ไทยมีทั้งพระราหูและกบกินเดือน ส่วนทั่วโลก 21 จาก 37 วัฒนธรรมเล่าว่ามีตัวอะไรกินดวงอาทิตย์หรือดวงจันทร์ แล้วคนก็ออกมาตีกลองไล่

ราหูอมจันทร์คือชื่อที่คนไทยเรียกคราส ตำนานเล่าว่าพระราหูแค้นพระอาทิตย์กับพระจันทร์ที่ไปฟ้องพระวิษณุ พอเจอเมื่อไหร่ก็จับกลืน แต่อมไว้ได้ไม่นานต้องคายออกมาเพราะทนความร้อนไม่ได้ ในทางดาราศาสตร์ จันทรุปราคาคือตอนที่ดวงจันทร์โคจรผ่านเงาของโลก

คนทั่วโลกเล่าคราสแบบเดียวกับไทยเยอะมาก จาก 37 วัฒนธรรมที่เราหาแหล่งเรื่องคราสได้ 21 วัฒนธรรม หรือ 57% เล่าว่ามีตัวอะไรกินดวงอาทิตย์หรือดวงจันทร์ พบใน 5 จาก 6 ทวีป ขาดแค่โอเชียเนียซึ่งเรามีแหล่งอยู่วัฒนธรรมเดียว ถ้าตัด 5 วัฒนธรรมที่ตอบว่าคราสเป็นสัญญาณจากเทพหรือพระเจ้า กับอีก 1 วัฒนธรรมที่แหล่งบอกแค่ว่าเป็นเวลาทำพิธีออกไป จะเหลือ 31 วัฒนธรรมที่อธิบายว่าเกิดอะไรขึ้นบนฟ้า และ 21 ใน 31 หรือ 68% ตอบว่ามีตัวกิน

ส่วนตอนเกิดคราส ในข้อมูลของเรามี 9 วัฒนธรรมที่ออกมาส่งเสียงดังหรือถืออาวุธไล่ ตั้งแต่คนไทตีกลองตีฆ้องไล่กบ กองทัพเรือจีนที่ยิงปืนใหญ่ระหว่างจันทรุปราคาในศตวรรษที่ 19 ไปจนถึงชาวชิปเปวากับโอจิบเวที่ยิงธนูไฟขึ้นไปจุดดวงอาทิตย์ให้ติดใหม่

ราหูอมจันทร์มาจากเรื่องอะไร

ต้นเรื่องมาจากอินเดีย ฉบับปุราณะของฮินดูเล่าว่าเทวดากับอสูรช่วยกันกวนเกษียรสมุทรเพื่อให้ได้น้ำอมฤต พระวิษณุแปลงเป็นนางโมหินีมาแจกน้ำอมฤตให้เทวดา อสูรตนหนึ่งชื่อสวรภานุปลอมตัวไปนั่งแถวเทวดาแล้วดื่มน้ำอมฤตเข้าไป พระอาทิตย์กับพระจันทร์เห็นจึงไปบอก โมหินีขว้างจักรสุทรรศนะตัดศีรษะสวรภานุ แต่สายไปแล้ว เขาเป็นอมตะไปเรียบร้อย หัวกลายเป็นราหู ตัวกลายเป็นเกตุ

ตั้งแต่นั้นราหูก็ตามกลืนพระอาทิตย์กับพระจันทร์เพื่อแก้แค้น แต่เพราะเหลือแค่หัว ไม่มีตัว ดวงทั้งสองจึงหลุดออกทางคอทุกครั้ง ภาษาสันสกฤตเรียกคราสว่า grahana ฝั่งฮินดูถือว่าคราสเป็นลางร้าย มีการสวดมนต์กันภัย อดอาหารก่อนคราสได้ถึง 6 ชั่วโมง อาบน้ำหลังคราส และหญิงมีครรภ์ต้องระวังเป็นพิเศษ

เรื่องนี้ยังมีชั้นที่เก่ากว่านั้น วิกิพีเดียไทยเล่าว่าในฤคเวท สวรรภานุเป็นทานพที่อิจฉาพระอาทิตย์ จึงจับพระอาทิตย์กลืนไว้ แล้วพระอินทร์ใช้จักรตัดหัวสวรรภานุปล่อยพระอาทิตย์ออกมา ฉบับนี้ยังไม่มีน้ำอมฤตเข้ามาเกี่ยว และคนตัดคือพระอินทร์ ไม่ใช่พระวิษณุ

ราหูฉบับไทย: ตัดกลางตัว ไม่ใช่ที่คอ

พอมาถึงไทย เรื่องเปลี่ยนไปจุดหนึ่งที่เห็นชัด คติโหราศาสตร์ไทยเล่าว่าพระราหูแอบในกลีบเมฆระหว่างพิธีกวนเกษียรสมุทร แล้วแปลงเป็นเทวดาลอบดื่มน้ำอมฤต พระอาทิตย์พระจันทร์ไปทูลพระวิษณุ จักรที่ขว้างมาตัดถูกกลางตัวพระราหูขาดเป็นสองท่อน ครึ่งบนเป็นอมตะเพราะน้ำอมฤตไหลลงไปถึงกลางตัวพอดี ครึ่งล่างกลายเป็นพระเกตุ พระราหูของไทยจึงมีกายครึ่งท่อน ส่วนคติฮินดูตัดที่คอ เหลือแค่หัว

ตอนจบก็ต่างกัน พระราหูของไทยจับพระอาทิตย์หรือพระจันทร์กลืน แต่อมไว้ได้ไม่นานต้องคายออกมา เพราะทนความร้อนและรัศมีไม่ได้ ไม่ได้หลุดออกทางคอแบบฮินดู แหล่งไทยเองก็เล่าไม่ตรงกัน วิกิพีเดียไทยหน้านพเคราะห์บอกว่าคนขว้างจักรคือพระอินทร์และตัดที่เอว หางที่ขาดกลายเป็นพระเกตุ และยังมีฉบับที่ว่าพระศุกร์เอานาคมาผ่าต่อตัวให้พระราหูกับพระเกตุ

อีกเรื่องหนึ่งไม่พบในฉบับฮินดูเลย นิทานพื้นบ้านไทยเล่าว่าชาติก่อน พระอาทิตย์ พระจันทร์ และพระราหูเป็นพี่น้องท้องเดียวกัน พระราหูเป็นน้องสุดท้อง วันหนึ่งทั้งสามใส่บาตรด้วยกัน พระอาทิตย์ใช้ภาชนะทอง พระจันทร์ใช้ภาชนะเงิน ส่วนพระราหูใช้กะลามะพร้าว ชาติต่อมาเมื่อได้เกิดเป็นเทวดานพเคราะห์ สีกายจึงเป็นไปตามภาชนะ พระอาทิตย์มีรัศมีดั่งทอง พระจันทร์ขาวดั่งเงิน พระราหูกายสีนิลออกทางทองสัมฤทธิ์ เรื่องนี้เป็นเรื่องบุญกับกรรมแบบพุทธ ไม่มีน้ำอมฤต และใช้อธิบายสีกายของเทวดา

ในพระไตรปิฎกก็มีราหู จันทิมสูตรในสังยุตตนิกายเล่าว่าจันทิมเทพบุตร เทพแห่งดวงจันทร์ ถูกราหูจอมอสูรจับไว้ จึงระลึกถึงพระพุทธเจ้าขอเป็นที่พึ่ง พระพุทธเจ้าตรัสให้ราหูปล่อย ราหูปล่อยทันทีแล้ววิ่งไปหาท้าวเวปจิตติตัวสั่น บอกว่าถ้าไม่ปล่อยหัวคงแตกเป็น 7 เสี่ยง ฉบับนี้ราหูไม่ได้กลืน แค่จับ และคราสจบเพราะพระพุทธเจ้า ไม่ใช่เพราะราหูไม่มีตัว วิกิพีเดียไทยยังอ้างคัมภีร์อนาคตวงศ์ว่าพระอสุรินทราหูจะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าในอนาคต พระนามว่าพระนารทสัมพุทธเจ้า

กบกินเดือน: ตัวกินของคนไทเอง

ในชุมชนไทหลายแห่งทั้งในไทย ลาว และเวียดนาม คราสคือกบหรือคางคกพยายามกลืนดวงอาทิตย์หรือดวงจันทร์ เรื่องนี้ต่อมาผสมกับพระราหูที่มาจากฮินดู ความเชื่อไทยจึงมีตัวกินซ้อนกันสองชั้น คือกบของท้องถิ่นกับราหูที่รับเข้ามา เวลาเกิดคราสชาวบ้านจะตีกลอง ตีฆ้อง ตะโกน และจุดประทัด ให้กบตกใจแล้วคายดวงจันทร์ออกมา

ที่หลายคนไม่รู้คือในฉบับดั้งเดิมบางฉบับ กบเป็นฝ่ายดี กบขึ้นไปทวงยาวิเศษคืนจากดวงจันทร์ แต่ชาวบ้านข้างล่างเห็นกบเข้าใกล้ดวงจันทร์แล้วนึกว่ากบจะกิน จึงตีกลองตีฆ้องไล่ กบเลยทวงยาคืนไม่สำเร็จ เรื่องกบกินเดือนกินตะวันขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของไทยเมื่อปี 2556 ในหมวดวรรณกรรมพื้นบ้านและภาษา

ทั่วโลกใครกินดวงอาทิตย์ดวงจันทร์

ตารางข้างล่างคือ 21 วัฒนธรรมที่เล่าว่ามีตัวกิน แยกตามทวีปได้เป็นเอเชีย 11 อเมริกาเหนือ 7 ยุโรป แอฟริกา และอเมริกาใต้อย่างละ 1 ตัวอย่างของเราเอียงไปทางเอเชียกับอเมริกาเหนือเพราะแหล่งภาษาอังกฤษเขียนถึงสองทวีปนี้มาก ตัวเลข 57% กับ 68% จึงเป็นสัดส่วนของวัฒนธรรมที่เราหาแหล่งได้ ไม่ใช่ของทั้งโลก และวัฒนธรรมที่ไม่อยู่ในตารางก็ไม่ได้แปลว่าไม่มีเรื่องคราส แค่เรายังไม่มีแหล่ง หลายวัฒนธรรมในชุดนี้ยังมาจากข่าววิทยาศาสตร์ที่อ้างนักดาราศาสตร์ ไม่ใช่งานภาคสนาม

ตัวกินที่ซ้ำกันข้ามทวีปมีให้เห็นชัด กบโผล่ทั้งในไทย เวียดนาม และในเรื่องของชาวเชอโรกีทางตะวันออกเฉียงใต้ของสหรัฐฯ ซึ่งอยู่คนละซีกโลก เสือจากัวร์อยู่ครบทั้ง 3 อารยธรรมใหญ่ของทวีปอเมริกา คือแอซเท็ก มายา และอินคา มังกรหรืองูมี 5 วัฒนธรรม คือจีน บากูนาวาของชาววิซายัน ลาโฮของชาวตากาล็อก มังกรโกซิฮร์ของเปอร์เซีย และงูยักษ์จากแม่น้ำไนล์ของอียิปต์ หมาหรือหมาป่ามี 3 คือเทียนโกวของจีน บุลเกของเกาหลี และหมาป่าของนอร์ส ส่วนหมีที่เคี้ยวดวงอาทิตย์ มีรายงานว่าพบทั้งชาวโปโมในแคลิฟอร์เนียและชาวบูร์ยัตในไซบีเรีย

บางตัวยังเห็นร่องรอยการเดินทางของเรื่องราหู ชาวตากาล็อกในฟิลิปปินส์เรียกงูคล้ายมังกรที่ทำให้เกิดจันทรุปราคาว่าลาโฮ ซึ่งมาจากคำว่าราหู และคำว่า laho ยังแปลว่าคราสกับหายไป บากูนาวาของชาววิซายันภายหลังก็ผสมกับราหูและเกตุ ส่วนโหราศาสตร์เปอร์เซียยกปมโหนดของดวงจันทร์เป็นมังกรชื่อโกซิฮร์ ปมขึ้นกับปมลงคือหัวกับหาง ตรงกับคู่ราหูเกตุ

ตัวกินบางตัวก็ไม่เหมือนใคร ชาวบาโกโบบนเกาะมินดาเนาเล่าถึงนกมิโนกาวาตัวใหญ่เท่าเกาะ ตาเป็นกระจก ขนแต่ละเส้นเป็นดาบคม ชาวฮูปาในแคลิฟอร์เนียเล่าว่าดวงจันทร์เป็นชายที่ออกล่าสัตว์มาเลี้ยงสัตว์เลี้ยงของเขาทุกวัน วันไหนงูหางกระดิ่งกับสิงโตภูเขาไม่อิ่มก็รุมกินเขา แล้วภรรยาคนหนึ่งมาพันแผลให้เขากลับมาส่องแสง อียิปต์โบราณมองจันทรุปราคาว่าแม่หมูกลืนดวงจันทร์ชั่วครู่ ชาวควากวากาวักว์กับนูชาห์นุลท์บนชายฝั่งแปซิฟิกของแคนาดาว่าผู้กลืนคือปากหรือประตูของสวรรค์ และมีรายงานว่าชาวโดมในตะวันออกกลางเล่าว่าผู้กินคือบรรพบุรุษที่มีคนติดเงินอยู่ ส่วนชาวช็อกทอว์เล่าถึงกระรอกดำ

วัฒนธรรมใครกินคนทำอะไรตอนเกิดคราส
ฮินดู (อินเดีย)ราหูกับเกตุถือเป็นลางร้าย สวดมนต์กันภัย อดอาหารก่อนคราสได้ถึง 6 ชั่วโมง อาบน้ำหลังคราส
ไทย-ไท-ลาวกบ และพระราหูตีกลอง ตีฆ้อง ตะโกน จุดประทัด
เวียดนามกบหรือคางคก (อีกแหล่งว่าหมา)แหล่งไม่ได้บอก
จีน (ฮั่น)เทียนโกว หมาสวรรค์ · คางคกสามขา · มังกรสั่นระฆัง ศตวรรษที่ 19 กองทัพเรือยิงปืนใหญ่
เกาหลีบุลเก หมาไฟจากแดนมืดแหล่งไม่ได้บอก
วิซายัน-บีโคล (ฟิลิปปินส์)บากูนาวา มังกรกินจันทร์ออกไปตีระฆังและเครื่องเคาะแรงๆ ที่ถนนหรือทุ่ง
ตากาล็อก (ฟิลิปปินส์)ลาโฮ ชื่อมาจากราหูแหล่งไม่ได้บอก
บาโกโบ (มินดาเนา)มิโนกาวา นกยักษ์ขนเป็นดาบกรีดร้อง ร้องไห้ ตีฆ้อง
เปอร์เซีย-อิหร่านมังกรโกซิฮร์ขึ้นหลังคาตีภาชนะโลหะ
บูร์ยัต (ไซบีเรีย)หมีแหล่งไม่ได้บอก
โดม (ตะวันออกกลาง)บรรพบุรุษที่มีคนติดเงินอยู่แหล่งไม่ได้บอก
นอร์สหมาป่า (เฟนรีร์)แหล่งไม่ได้บอก
อียิปต์โบราณแม่หมู (ดวงจันทร์) · งูยักษ์ (เทพสุริยะรา)แหล่งไม่ได้บอก
แอซเท็กเทพเสือจากัวร์เตเปโยโยตล์ร้องไห้ โห่ร้องสงคราม บูชายัญเชลย เจาะหูเอาเลือดถวาย
มายาเสือจากัวร์ หรือเทพีคล้ายจากัวร์แหล่งไม่ได้บอก
เชอโรกีกบยักษ์แหล่งไม่ได้บอก
ช็อกทอว์กระรอกดำแหล่งไม่ได้บอก
โปโม (แคลิฟอร์เนีย)หมีแหล่งไม่ได้บอก
ฮูปา (แคลิฟอร์เนีย)สัตว์เลี้ยงของดวงจันทร์ (งูหางกระดิ่ง สิงโตภูเขา)แหล่งไม่ได้บอก
ควากวากาวักว์-นูชาห์นุลท์ (แคนาดา)ปากหรือประตูของสวรรค์แหล่งไม่ได้บอก
อินคาเสือจากัวร์ (กินดวงจันทร์)ถือหอกตะโกนใส่ดวงจันทร์

เกิดคราสแล้วคนทำอะไร

เมื่อเชื่อว่ามีตัวกิน สิ่งที่ตามมาคือไล่มันไป ในข้อมูลมี 9 วัฒนธรรมที่ส่งเสียงดังหรือใช้อาวุธ จีนสั่นระฆังกันมังกรกัดดวงจันทร์ ชาววิซายันออกไปตีระฆังและเครื่องเคาะแรงๆ ที่ถนนหรือกลางทุ่ง คนบางส่วนในอิหร่านขึ้นหลังคาตีภาชนะโลหะให้มังกรคายดวงออก ชาวจูคุนในไนจีเรียตีกลองให้ดวงอาทิตย์ปล่อยดวงจันทร์ ชาวอินคาถือหอกตะโกนใส่ดวงจันทร์ เพราะกลัวว่าถ้าเสือจากัวร์กินดวงจันทร์หมดแล้วจะลงมากินสัตว์ทั้งโลก ชาวบาโกโบกรีดร้อง ร้องไห้ และตีฆ้อง เพราะกลัวว่าตัวเองจะถูกกินตามไปด้วย

บางที่ตอบหนักกว่านั้น แอซเท็กร้องไห้ โห่ร้องสงคราม บูชายัญเชลย และเจาะหูเอาเลือดถวาย เพราะกลัวว่าถ้ามืดสนิทปีศาจจะลงมากินคน เมโสโปเตเมียเชื่อว่าจันทรุปราคาคือดวงจันทร์ถูกปีศาจ 7 ตนโจมตี และเพราะกษัตริย์เป็นตัวแทนแผ่นดิน ปีศาจจะโจมตีกษัตริย์ด้วย จึงตั้งคนมาเป็นกษัตริย์แทนให้รับเคราะห์ พอคราสผ่านไป กษัตริย์แทนก็ถูกทำให้หายไป ซึ่งอาจด้วยยาพิษ

อีกฝั่งหนึ่งเลือกอยู่เงียบๆ ชาวนาวาโฮเชื่อว่าระหว่างคราสดวงอาทิตย์หรือดวงจันทร์กำลังตายและเกิดใหม่ บางครอบครัวยังอยู่ในบ้านด้วยกัน ร้องเพลงพิธี งดกิน ดื่ม และนอน ชาวฟอนในเบนินกับชาวตาฮีตีไม่มองคราส มีรายงานว่าไม่ใช่เพราะกลัว แต่เพราะอาย และทั้งสองที่ก็เล่าว่าคราสคือดวงอาทิตย์กับดวงจันทร์มาพบกันแบบคู่รัก ส่วนมุสลิมละหมาดคราสที่เรียกว่าศอลาตุลกุสูฟจนคราสผ่านไป

คำตอบที่ต่างจากทุกที่คือของชาวบาทัมมาลิบาในโตโกและเบนิน พวกเขาเชื่อว่าคราสคือดวงอาทิตย์กับดวงจันทร์ทะเลาะกัน และทางเดียวที่จะหยุดได้คือคนบนโลกต้องคืนดีกันก่อน ตอนเกิดคราสคนในชุมชนจึงมาเคลียร์เรื่องบาดหมางเก่ากันเอง ในข้อมูลของเรา นี่คือวัฒนธรรมเดียวที่ตอบคราสด้วยการคืนดีแทนการไล่

คนที่ไม่เห็นว่ามีตัวกิน

อีก 16 วัฒนธรรมเล่าต่างออกไป 5 แห่งมองว่าคราสเป็นลางหรือสัญญาณจากเทพหรือพระเจ้า ได้แก่ ยิว อิสลาม กรีกโบราณ โรมัน และคริสต์ยุคกลาง 3 แห่งเล่าว่าดวงอาทิตย์กับดวงจันทร์รักกัน คือฟอน ทลิงกิต และตาฮีตี 3 แห่งมองว่าดวงอาทิตย์ป่วยหรือดับ คือนาวาโฮ ชิปเปวา-โอจิบเว และไอมารา 2 แห่งว่าดวงอาทิตย์กับดวงจันทร์ทะเลาะหรือจับกันเอง คือจูคุนกับบาทัมมาลิบา อีก 2 ว่าดวงจันทร์ถูกโจมตีหรือจับไว้โดยแหล่งไม่ได้บอกว่ากิน คือเมโสโปเตเมียกับจันทิมสูตร และชาวโฮปีที่แหล่งบอกแค่ว่าคราสเป็นเวลาของพิธีกรรม

ในกลุ่มนี้ ชาวฟอนเล่าว่าเทพผู้สร้างมาวู-ลีซาแยกเป็นเทพสุริยะลีซากับเทพจันทร์มาวู และคราสคือตอนที่ทั้งสองร่วมรักกัน ชาวทลิงกิตว่าดวงอาทิตย์กับภรรยาคือดวงจันทร์ต้องการเวลาส่วนตัวในความมืด ยุโรปยุคกลางผูกคราสกับการตายของกษัตริย์ เช่นก่อนการสวรรคตของชาร์เลอมาญ พลูทาร์กผูกการเกิด การสร้างกรุงโรม และการตายของโรมูลุสไว้กับสุริยุปราคา 3 ครั้ง แต่คำนวณย้อนหลังแล้วไม่พบคราสในวันเหล่านั้น ขณะที่กรีกโบราณรู้ว่าโลกกลมจากเงาโลกที่ทาบบนดวงจันทร์ตอนจันทรุปราคา และมีรายงานว่าชาวไอมาราในแอนดีสจุดกองไฟบนเนินเขาให้โลกอุ่นระหว่างที่ดวงอาทิตย์ลาป่วย

ที่ตรงกันจริงๆ

ถ้าเอา 37 วัฒนธรรมมาวางรวมกัน ภาพที่ซ้ำมากที่สุดคือดวงอาทิตย์หรือดวงจันทร์ถูกอะไรสักอย่างกลืน พบใน 21 วัฒนธรรมจาก 5 ทวีป และหลายเรื่องอธิบายต่อด้วยว่าทำไมดวงถึงกลับมา ราหูของฮินดูไม่มีตัว ดวงจึงหลุดออกทางคอ ราหูของไทยทนร้อนไม่ไหวจึงคาย บุลเกของเกาหลีกัดดวงอาทิตย์แล้วร้อนเกินจนต้องปล่อย ส่วนดวงจันทร์ก็เย็นเกินจะคาบไว้ มีแค่ในนอร์สที่เล่าว่าวันที่เฟนรีร์กินดวงอาทิตย์ได้จริงคือวันสิ้นโลกแร็กนาร็อก อีกเรื่องที่ซ้ำคือคนข้างล่างคิดว่าตัวเองช่วยได้ ด้วยกลอง ฆ้อง ระฆัง หอก หรือธนูไฟ ใน 9 วัฒนธรรม

ที่ต่างจากที่คิด

มีบางเรื่องที่คนไทยอาจไม่เคยได้ยิน กบในกบกินเดือนฉบับเก่าเป็นฝ่ายดีที่ถูกชาวบ้านเข้าใจผิด พระราหูฉบับไทยถูกตัดกลางตัว ต่างจากฮินดูที่ตัดคอ ชื่อราหูเดินทางไปถึงฟิลิปปินส์จนกลายเป็นคำว่า laho ที่แปลว่าหายไป และในหะดีษบทหนึ่ง ศาสดามุฮัมมัดคัดค้านคนที่ถือคราสเป็นลาง บอกว่าคราสไม่ได้เกิดเพราะใครตาย ซึ่งกลับด้านกับยุโรปยุคกลางที่ผูกคราสกับการตายของกษัตริย์

กลับมาที่คืนราหูอมจันทร์

คืนที่ดวงจันทร์เป็นสีส้มแดง คนไทหลายรุ่นเคยออกมาตีกลองตีฆ้องไล่กบหรือไล่ราหู ในคืนแบบเดียวกัน ที่อื่นในโลกมีคนถือหอกตะโกนใส่ฟ้าในแอนดีส ขึ้นหลังคาตีภาชนะในอิหร่าน นั่งละหมาดศอลาตุลกุสูฟ หรือนั่งเคลียร์เรื่องค้างใจกับเพื่อนบ้านในโตโกและเบนิน ครั้งหน้าที่มีข่าวราหูอมจันทร์ ลองดูว่าคนรอบตัวยังทำอะไรกันอยู่บ้าง

คำถามที่คนถามบ่อย

ราหูอมจันทร์คืออะไร หมายถึงปรากฏการณ์ใด

คือคราส ตามคติความเชื่อโบราณ พระราหูกลืนพระอาทิตย์หรือพระจันทร์แล้วต้องคายออก จึงเป็นเหตุของทั้งสุริยุปราคาและจันทรุปราคา ภาษาอังกฤษเรียกจันทรุปราคาว่า lunar eclipse สุริยุปราคาว่า solar eclipse ส่วนภาษาสันสกฤตเรียกคราสว่า grahana

ราหูอมจันทร์ทางวิทยาศาสตร์เกิดจากอะไร

จันทรุปราคาเกิดเมื่อดวงจันทร์โคจรผ่านเงาของโลก กรีกโบราณใช้เงาโลกที่เห็นบนดวงจันทร์ตอนจันทรุปราคาเป็นหลักฐานว่าโลกกลม

ราหูอมจันทร์มีทุกปีไหม กี่ปีมีครั้ง

มีทุกปี ในศตวรรษที่ 21 มีจันทรุปราคา 228 ครั้ง เฉลี่ยปีละ 2.28 ครั้ง และมีอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง แต่แบบเต็มดวงพบน้อยกว่าแบบบางส่วน

ทำไมตอนราหูอมจันทร์ ดวงจันทร์เป็นสีแดงเหมือนเลือด

ตอนดวงจันทร์อยู่ในเงาโลก แสงอาทิตย์ที่ไปถึงดวงจันทร์ต้องผ่านชั้นบรรยากาศของโลกก่อน ดวงจันทร์จึงเป็นสีส้มหรือแดง ในตำนานของชาวอินคา ดวงจันทร์แดงเพราะเสือจากัวร์กำลังกินดวงจันทร์

ราหูอมจันทร์ทำไมต้องตีกลองหรือเคาะ

ในความเชื่อของคนไท คราสคือกบพยายามกลืนดวงจันทร์ ชาวบ้านจึงตีกลอง ตีฆ้อง ตะโกน และจุดประทัดให้กบตกใจคายออกมา ในข้อมูลของเรามี 9 วัฒนธรรมที่ส่งเสียงดังหรือใช้อาวุธไล่ตัวกินแบบนี้

ราหูอมจันทร์ห้ามออกจากบ้านจริงไหม

ข้อมูลที่เรามียังไม่มีข้อห้ามแบบไทยเรื่องนี้ ที่มีคือฝั่งฮินดูถือคราสเป็นลางร้าย อดอาหารก่อนคราสได้ถึง 6 ชั่วโมง และหญิงมีครรภ์ต้องระวังเป็นพิเศษ ส่วนชาวนาวาโฮบางครอบครัวอยู่ในบ้านด้วยกัน งดกิน ดื่ม และนอนจนคราสผ่าน

พระราหูจะได้เป็นพระพุทธเจ้าจริงไหม

วิกิพีเดียไทยอ้างคัมภีร์อนาคตวงศ์ว่าพระโคตมพุทธเจ้าตรัสกับพระสารีบุตรว่าพระอสุรินทราหูจะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าในอนาคต พระนามว่าพระนารทสัมพุทธเจ้า

แหล่งที่มาของความเชื่อที่อ้างถึง (18)
en.wikipedia.org · en.wikipedia.org/wiki/Eclipses_in_mythology_and_culture
www.nationalgeographic.com · www.nationalgeographic.com/science/article/131101-solar-eclipse-myth-l
en.wikipedia.org · en.wikipedia.org/wiki/Kob_Kin_Duean
www.wral.com · www.wral.com/story/16881922/
en.wikipedia.org · en.wikipedia.org/wiki/Tiangou
en.wikipedia.org · en.wikipedia.org/wiki/Lunar_eclipse
en.wikipedia.org · en.wikipedia.org/wiki/Solar_eclipse
en.wikipedia.org · en.wikipedia.org/wiki/Bulgae
en.wikipedia.org · en.wikipedia.org/wiki/Bakunawa
en.wikipedia.org · en.wikipedia.org/wiki/Minokawa
www.accesstoinsight.org · www.accesstoinsight.org/tipitaka/sn/sn02/sn02.009.piya.html
www.lavozdelanzarote.com · www.lavozdelanzarote.com/en/news/more-news/is-the-sun-angry-or-madly-i
abc7news.com · abc7news.com/2314457/
www.livescience.com · www.livescience.com/52316-supermoon-lunar-eclipse-myths.html
en.wikipedia.org · en.wikipedia.org/wiki/Rahu
en.wikipedia.org · en.wikipedia.org/wiki/Samudra_manthan
th.wikipedia.org · th.wikipedia.org/wiki/พระราหู
th.wikipedia.org · th.wikipedia.org/wiki/นพเคราะห์

วิธีนับ: รวบรวม 370 ความเชื่อจากทุกทวีป ทั้งที่ยังมีคนนับถือและอารยธรรมโบราณ จากแหล่งหลายสิบภาษา นับ 1 ความเชื่อเป็น 1 เสียง และนับเฉพาะที่มีแหล่งยืนยัน ความเชื่อที่ไม่ปรากฏในหน้านี้ไม่ได้แปลว่าไม่มีความเชื่อนั้น อาจแค่ยังไม่มีเอกสารที่เราค้นถึง ศาสนาที่มีคัมภีร์มาก (พุทธ ฮินดู จีน ยิว คริสต์ อิสลาม) จึงมีรายละเอียดมากกว่าความเชื่อที่เล่าปากต่อปาก ข้อมูลบางส่วนมาจากบันทึกของมิชชันนารีหรือคนนอก หน้านี้ไม่ได้ตัดสินว่าความเชื่อไหนถูก

อ่านต่อ: ความหมายของดวงดาวมาจากไหน (ประวัติศาสตร์) · สีประจำวันมาจากไหน? ตำนานเทวดานพเคราะห์ ทักษา นางสงกรานต์ เซียมซี · 12 นักษัตร: หนูขี่วัวชนะ ทำไมไม่มีแมว และชาติไหนใช้สัตว์ต่างกัน · 12 ราศีมาจากไหน: แกะทองคำ ปูของเฮรา แมงป่องฆ่าโอไรออน และราศีที่ 13 · ใครมอบศาสตร์ทำนายให้มนุษย์? 52 ศาสตร์ 29 วัฒนธรรม ส่วนใหญ่ตอบว่าเทพ

ดูว่า 26 ศาสตร์เห็นตรงกันเรื่องไหนของคุณ →