ผีถอดหัวลากไส้แบบกระสือพบใน 9 ความเชื่อ ทั้งหมดอยู่ในอุษาคเนย์ ส่วนคนเป็นที่เล่นไสยจนเป็นภัยมีทุกทวีป
มี และไม่ได้มีแค่ในไทย ในข้อมูลของเรามี 32 ความเชื่อ รวม 44 ชนิด ที่เล่าถึงผีกลุ่มเดียวกับกระสือ กระหัง และปอบ คือคนเป็นที่เล่นไสย ผีหัวลอย และผีที่สิงคนแล้วกินเครื่องใน ผีถอดหัวลากไส้แบบกระสือพบใน 9 ความเชื่อ จาก 7 ชนชาติ คือ ไทย เขมร เวียดนาม มลายู บาหลี ดายักในกาลิมันตัน และฟิลิปปินส์ นอกอุษาคเนย์เราไม่เจอผีหัวลอยเลยสักตัว
ส่วนคนที่ยังมีชีวิตแต่เล่นไสยจนกลายเป็นภัยของคนอื่น มีอยู่ทุกทวีป 25 ความเชื่อในชุดนี้บอกที่มาแบบนี้ ตั้งแต่แม่มดของชาวอาคันในกานา ไปจนถึงสกินวอล์กเกอร์ของชาวนาวาโฮ ความต่างอยู่ที่ร่าง ที่อื่นคนพวกนี้ส่วนใหญ่แปลงเป็นสัตว์หรือยังอยู่ในร่างคน มีแต่ฝั่งอุษาคเนย์ที่หัวหลุดจากตัวแล้วบินไปพร้อมไส้
กระสือ กระหัง ปอบ ของไทย
แหล่งไทยเล่าว่ากระสือสิงอยู่ในตัวผู้หญิง มักเป็นหญิงสูงอายุ ตอนกลางคืนลอยออกมาเป็นหัวกับไส้ คนเห็นเป็นดวงไฟ แล้วไปกินตับไตไส้พุงของหญิงที่เพิ่งคลอดลูกหรือของทารก ชาวบ้านจึงเอาหนามพุทราสะไว้ใต้ถุนเรือนตรงที่มีร่องมีรู เพราะเชื่อว่ากระสือกลัวหนามเกี่ยวไส้ ส่วนว่ากระสือเกิดขึ้นได้ยังไง แหล่งที่เราตรวจไม่ได้บอกไว้
กระหังคือคู่ฝ่ายชาย แหล่งบอกว่าเป็นผู้ชายที่เล่นไสยศาสตร์จนอาคมเข้าตัว ตอนกลางคืนเอากระด้งทำปีก ใช้สากแทนหาง บินไปกินของโสโครก วิธีกันกระหังไม่มีอยู่ในแหล่งของเรา
ปอบใกล้ชีวิตคนอีสานกว่า คนอีสานเชื่อว่าปอบเกิดจากคนที่เรียนมนต์ หรือเรียนเป็นผีฟ้าผีแถน แล้วรักษาไว้ไม่ได้ หรือไปผิดข้อห้ามที่เรียกว่าคะลำ และบางบ้านเชื่อว่าสืบทอดกันในครอบครัว เรียกว่าปอบเชื้อ ปอบสิงร่างคน กินตับไตไส้พุงจนคนนั้นตายแบบใหลตาย กินของดิบเท่าไรก็ไม่อิ่ม ทางแก้คือให้หมอผีทำพิธีจับ แล้วขังไว้ในโมงข้อง
แหล่งอีกชิ้นที่เล่าความเชื่อผีของลาวและอีสานเล่าปอบต่างออกไป ผีปอบในแหล่งนี้ถูกจัดเป็นผีเผต คือขวัญของคนที่ทำชั่วในชาติก่อน หรือคนที่ตายอย่างน่าเศร้า แปลว่าเป็นผีคนตาย ขณะที่แหล่งแรกบอกว่าปอบคือคนเป็นที่เรียนมนต์ สองแหล่งนี้ไม่ตรงกัน และเราไม่ได้ตัดสินว่าแบบไหนถูก
ญาติของกระสือทั่วอุษาคเนย์
ผีหัวลอยทั้ง 9 ความเชื่อเล่าภาพเดียวกัน คือหัวคนที่มีไส้หรือเครื่องในห้อยอยู่ บินออกหากินตอนกลางคืน 7 ใน 9 เล่าว่าเป็นผู้หญิง และ 7 ใน 9 เล่าว่าตามล่าหญิงตั้งครรภ์ หญิงที่กำลังคลอด หรือทารก แหล่งเขมรเล่าว่าอาบคือหญิงที่ฝึกไสยดำไม่สำเร็จจนคำสาปย้อนเข้าตัว หรือยอมให้ผีร้ายสิงร่างยามค่ำเพื่อแลกพลัง อาบดูดเลือดหญิงมีครรภ์ กินรก ทารก และซากศพ คนเขมรจึงวางกิ่งหนามรอบบ้าน ฝังรกให้ลึกและไกลบ้าน และเลี้ยงสุนัขไว้เฝ้า
ฝั่งมลายูเรียกว่าเปอนังกาลัน เป็นคนเป็น มักเป็นผู้หญิง ที่เรียนไสยดำจนถอดหัวออกจากตัวได้ หัวบินไปโดยมีไส้ห้อยระย้า ดูดเลือดหญิงที่คลอดลูกจนตกเลือดตาย วิธีกันมีหลายชั้น ปลูกใบเตยหนามรอบบ้าน ปลูกสับปะรดใต้ถุน วางกรรไกรหรือมีดหมากไว้ใต้หมอน และถ้าเจอร่างที่ถูกทิ้งไว้ ให้พลิกมันเสีย ฟิลิปปินส์มีมานานังกัล หญิงที่แยกร่างท่อนบนออกแล้วงอกปีกค้างคาว ใช้ลิ้นยาวดูดทารกในครรภ์ ชาวบ้านแขวนกระเทียมที่ประตูหน้าต่าง และโรยเกลือที่ร่างท่อนล่าง ร่างจะต่อกลับไม่ได้และตายเมื่อตะวันขึ้น ชื่อของมันมาจากคำว่า tanggal ที่แปลว่าถอดหรือแยก เป็นคำเดียวกับเปอนังกาลันของมลายู
ที่บาหลี เลยักคือคนที่ฝึกวิชา Aji Pengeleakan กลางวันเป็นคนธรรมดา กลางคืนหัวกับไส้หลุดบินไปดูดเลือดทารกในครรภ์หรือเด็กแรกเกิด กินศพ และแปลงเป็นหมูได้ ชาวดายักในกาลิมันตันมีกูยัง คนที่เรียนไสยดำเพื่อให้มีชีวิตอมตะหรือมีอำนาจ ใช้น้ำมันกูยัง และสืบทอดในตระกูล ถ้าสบตากูยัง เชื่อว่าจะคลอดยาก แหล่งอินโดนีเซียเทียบกูยังกับผีอีกหลายตัวในหมู่เกาะเดียวกัน เช่น โปปโปของสุลาเวสี ปาลาซิกของสุมาตรา และเซอลักของลมบก
เวียดนามต่างออกไปนิดหนึ่ง หม่าลายเป็นคนที่กลางคืนกลายเป็นผี เหลือแต่หัวผู้หญิงกับอวัยวะภายในห้อย แต่แหล่งไม่ได้บอกว่าล่าหญิงคลอด บอกว่าออกไปกินอุจจาระและดึงไส้ ส่วนในตำนานของชนเผ่าเขตตะวันตกเฉียงเหนือของเวียดนาม หม่าลายเป็นผีหญิงยามค่ำที่หิวเนื้อ ถ้าดูวิธีกัน 3 ความเชื่อใช้ของมีหนามเหมือนกัน คือหนามพุทราของไทย กิ่งหนามของเขมร และใบเตยหนามของมลายู
| ชื่อ | ชาติ | เป็นใคร | ทำอะไร | กันยังไง |
|---|---|---|---|---|
| กระสือ | ไทย | ผีที่สิงในตัวหญิง มักเป็นหญิงสูงอายุ | ลอยเป็นหัวกับไส้ตอนกลางคืน กินตับไตไส้พุงหญิงคลอดลูกหรือทารก | หนามพุทราใต้ถุนเรือน |
| กระหัง | ไทย | ผู้ชายที่เล่นไสยจนอาคมเข้าตัว | บินกลางคืน กระด้งเป็นปีก สากเป็นหาง กินของโสโครก | แหล่งไม่ระบุ |
| ปอบ | ไทย (อีสาน) | คนเรียนมนต์แล้วรักษาไม่ได้ ผิดคะลำ หรือสืบทอดในครอบครัว | สิงร่างคน กินตับไตไส้พุงจนใหลตาย | หมอผีจับขังในโมงข้อง |
| ผีปอบ | ลาวและอีสาน | ผีเผต ขวัญของคนทำชั่วในชาติก่อนหรือตายอย่างน่าเศร้า | สร้างความเดือดร้อนแก่คน | หมอผีทำพิธี |
| อาบ | เขมร | หญิงที่ฝึกไสยดำพลาดจนคำสาปย้อนเข้าตัว | ดูดเลือดหญิงมีครรภ์ กินรก ทารก ซากศพ | กิ่งหนามรอบบ้าน ฝังรกลึกไกลบ้าน สุนัขเฝ้าบ้าน |
| หม่าลาย | เวียดนาม | คนที่กลางคืนกลายเป็นหัวผู้หญิงกับอวัยวะห้อย | กินอุจจาระ ดึงไส้ | แหล่งไม่ระบุ |
| เปอนังกาลัน | มลายู | คนเป็น มักเป็นหญิง ที่เรียนไสยดำ ถอดหัวได้ | ดูดเลือดหญิงคลอดลูกจนตกเลือดตาย | ใบเตยหนามรอบบ้าน สับปะรดใต้ถุน กรรไกรใต้หมอน พลิกร่างที่ทิ้งไว้ |
| เลยัก | บาหลี | คนที่ฝึกวิชา Aji Pengeleakan กลางวันเป็นคนธรรมดา | หัวกับไส้บินไปดูดเลือดทารกในครรภ์หรือแรกเกิด กินศพ | แหล่งไม่ระบุ |
| กูยัง | ดายัก (กาลิมันตัน) | คน มักเป็นหญิง ที่เรียนไสยดำ สืบทอดในตระกูล | ถอดหัวพร้อมเครื่องในบินหาเลือดทารกและหญิงคลอด | แหล่งไม่ระบุ |
| มานานังกัล | ฟิลิปปินส์ | อัสวังชนิดหนึ่ง เป็นหญิง | แยกท่อนบน งอกปีกค้างคาว ใช้ลิ้นยาวดูดทารกในครรภ์ | กระเทียมที่ประตูหน้าต่าง โรยเกลือที่ร่างท่อนล่าง |
| เปอเลซิต | มลายู | ภูตที่คน มักเป็นหญิง เลี้ยงไว้และสืบทอดเป็นมรดก | แฝงในตั๊กแตนเข้าบ้าน ดูดเลือด ส่งของ | แหล่งไม่ระบุ |
| ตูยุล | ชวา | ผีเด็กที่มาจากทารกที่ไม่ได้เกิดหรือตายไป ถูกคนเลี้ยง | ขโมยเงินให้เจ้าของ | แหล่งไม่ระบุ |
ผีที่คนเลี้ยงและส่งต่อในตระกูล
ปอบเชื้อที่สืบกันในครอบครัวมีญาติใกล้อยู่ในมลายู ชวา บาตัก และฟิลิปปินส์ รวม 7 ชนิดใน 4 ความเชื่อ คือผีหรือภูตที่มีเจ้าของเลี้ยงไว้ใช้งาน เปอเลซิตของมลายูเป็นภูตที่คน มักเป็นผู้หญิง เลี้ยงไว้ด้วยเลือดจากปลายนิ้วของเจ้าของทุกคืนเดือนเพ็ญ และส่งต่อกันเป็นมรดกที่ชาวมลายูเรียกว่า saka ฮันตูรายาก็ต้องส่งต่อให้ทายาท ถ้าไม่ได้เลี้ยงจะหันมาทำร้ายเจ้าของเอง ส่วนเบอกูกันจังของชาวบาตัก หรือผียาว ยิ่งจ้องยิ่งสูง ทิ้งรอยช้ำเขียวไว้ที่คอเหยื่อ และคนบาตักใช้มันอธิบายความป่วยลึกลับกับความตายกะทันหัน
อีกสายเลี้ยงผีไว้หาเงิน ตูยุลของชวามาจากทารกที่ไม่ได้เกิดหรือตายไป เจ้าของใช้ให้ขโมยเงิน เป็นความร่ำรวยที่ไม่ชอบธรรมที่ชาวชวาเรียกว่า pasugihan นักประวัติศาสตร์โยงเรื่องนี้กับช่องว่างรายได้ระหว่างชาวนากับพ่อค้า และคำว่าตูยุลเริ่มนิยมราว 1929 ช่วงเศรษฐกิจตกต่ำ มลายูยืมคำนี้ไปเป็นโตโยล วิธีกันโตโยลที่แหล่งเล่าคือวางของเล่นหรือถั่วเขียวไว้ใกล้เงินให้มันเพลิน หรือเลี้ยงปลาหมอไว้ในตู้ บันทึกของเราเทียบโตโยลกับกุมารทองแบบร้ายของไทย
นอกอุษาคเนย์มีไหม
ใน 32 ความเชื่อ มี 19 ความเชื่อที่อยู่นอกอุษาคเนย์ และเกือบทั้งหมดเป็นคนเป็นที่เล่นไสย ไม่ใช่ผีหัวลอย ฝั่งแอฟริกา ชาวอาคันในกานาเชื่อว่าแม่มดส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงที่รวมกลุ่มกันในโลกวิญญาณ และโจมตีเฉพาะคนในครอบครัวของตัวเอง และอโบซอมเปิดโปงแม่มดได้ ชาวสวาซีเชื่อว่าบรรพบุรุษลงโทษแต่ไม่ฆ่า ความตายมาจากผู้ทำร้ายที่เรียกว่าบัตซาคัตซี ส่วนชาวซูลูมีนกสายฟ้า บริวารดูดเลือดของแม่มดที่ส่งต่อจากแม่สู่ลูกสาว
ฝั่งอเมริกา แอซเท็กมีนาวาลลี คนที่แปลงร่างเป็นสัตว์คู่ชะตาของตัวเองได้ ชาวนาวาโฮมีสกินวอล์กเกอร์ แม่มดที่แปลงหรือปลอมเป็นสัตว์ แต่ชุมชนแทบไม่พูดเรื่องนี้กับคนนอก แหล่งจึงบันทึกไว้แค่ว่ามีอยู่ วูดูเฮติมีลูกาวู คนที่ร่วมพิธีเวทกลางคืนแล้วกินคน และซูเซ ลูกาวูชนิดหนึ่งที่ดูดเลือดคนจากมุมบ้านโดยไม่ต้องเข้าไปในบ้าน ที่แอนดีส 3 ความเชื่อ คืออินคา เกชัว และไอมารา เล่าถึงตัวเดียวกันคือปิชตาโก ผู้เชือดคอเหยื่อเพื่อเอาไขมัน
ฝั่งยุโรปและเอเชียเหนือ ชาวสลาฟนับหมอผีเป็นหนึ่งในคนที่ตายแล้วกลายเป็นอูปีร์ ศพที่ลุกขึ้นมาดูดเลือดคนกับปศุสัตว์ ต้องตอกหลักไม้แอสเพนทะลุศพแล้วเผา ชาวซาฮาหรือยาคุตเชื่อว่าวิญญาณของหมอผีและคนที่ตายก่อนวัยหรือตายผิดธรรมชาติกลายเป็นอือเออร์ สมัยก่อนจะขังมันไว้ในภาชนะเปลือกเบิร์ชบนคานกระโจมแล้วคอยป้อนอาหาร ซึ่งคล้ายการขังปอบไว้ในโมงข้อง ส่วนเรื่องชาวเนอรอยที่กลายเป็นหมาป่าปีละไม่กี่วัน เรารู้จากบันทึกของเฮโรโดตัส ที่ฟังชาวไซเธียนและชาวกรีกในดินแดนไซเธียนเล่ามาอีกที และเขาเขียนไว้เองว่าไม่เชื่อ
ชุดข้อมูลหมวดนี้ไม่มีความเชื่อของพม่า จีน หรืออินเดีย ความเชื่อที่มีตำรามากอย่างพุทธ ฮินดู และจีนมีรายละเอียดในแหล่งมากกว่าที่อื่น แต่ถ้าชาติไหนไม่อยู่ในข้อมูลของเรา ไม่ได้แปลว่าที่นั่นไม่มีผีแบบนี้ แค่แหล่งที่เราตรวจไม่ได้บันทึกไว้
เมื่อความเชื่อชี้ไปที่คนในหมู่บ้าน
ผีกลุ่มนี้ต่างจากผีคนตายตรงที่คนที่ถูกเชื่อว่าเป็นยังมีชีวิตอยู่ และหลายแหล่งพูดถึงผลที่ตกกับคนจริง แหล่งเรื่องปอบบันทึกคำอธิบายทางมานุษยวิทยาว่าความเชื่อนี้ทำงานเป็นกลไกของความไม่ไว้ใจกันในชุมชน คนที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นปอบถูกขับออกจากชุมชน ชาวสวาซีให้หมอดูที่เรียกว่าตังโกมาชี้ว่าความตายมาจากไหน ชาวอาคันมีขบวนการต่อต้านไสย และเรื่องปิชตาโกของแอนดีสผูกกับยุคอาณานิคม ที่เล่ากันว่าผู้พิชิตยุคนั้นเอาไขมันจากศพชาวพื้นเมืองมาทาแผล ภายหลังโยงกับยุคสร้างทางรถไฟและเหมือง เราเล่าไว้ตามแหล่ง และไม่ได้ชี้ว่าใครเป็นหรือไม่เป็น
ที่ตรงกันจริงๆ
ถ้ารวบทุกทวีป ผีกลุ่มนี้มักเป็นคนใกล้ตัว ไม่ใช่คนแปลกหน้า แม่มดอาคันทำร้ายแต่คนในครอบครัว ปอบเชื้อ กูยัง เปอเลซิต ฮันตูรายา และนกสายฟ้าของซูลูล้วนส่งต่อกันในตระกูล และมักถูกใช้อธิบายความตายที่หาเหตุไม่ได้ ตั้งแต่ใหลตายของปอบ ความตายกะทันหันที่คนบาตักโทษเบอกูกันจัง ไปจนถึงความตายที่ชาวสวาซีบอกว่ามาจากบัตซาคัตซี ไม่ใช่จากบรรพบุรุษ ทางแก้ก็คล้ายกัน คือต้องมีผู้รู้มาจัดการ เช่น หมอผีของไทยและลาว ยุตะของรีวกีว ซังโกมาของซูลู และหมอดูของสวาซี
ที่ต่างจากที่คิด
ปอบในแหล่งไทยคือคนในชุมชนเดียวกัน แต่ปิชตาโกของแอนดีสคือคนนอก แหล่งบอกว่ามักเป็นชายผิวขาวหรือลูกครึ่ง ส่วนผีหัวลอยที่แหล่งบอกว่ากินอุจจาระคือหม่าลายของเวียดนาม ฝั่งไทย ตัวที่กินของโสโครกคือกระหัง ขณะที่กระสือกินเครื่องในหญิงคลอดและทารก
กลับมาที่หนามพุทรา
ถ้าเคยได้ยินผู้ใหญ่พูดถึงหนามพุทราใต้ถุนบ้าน คนเขมรกับคนมลายูก็มีของที่ใช้แบบเดียวกัน คือกิ่งหนามและใบเตยหนามรอบบ้าน ต่างกันแค่ชื่อผีที่เขากลัว คืออาบกับเปอนังกาลัน
คำถามที่คนถามบ่อย
ผีกระสือเกิดจากอะไร
แหล่งไทยที่เราตรวจบอกแค่ว่ากระสือสิงอยู่ในตัวผู้หญิง มักเป็นหญิงสูงอายุ แต่ไม่ได้บอกว่าเกิดขึ้นยังไง ญาติในประเทศเพื่อนบ้านบอกไว้ชัดกว่า อาบของเขมรคือหญิงที่ฝึกไสยดำพลาดจนย้อนเข้าตัว ส่วนเปอนังกาลันของมลายู เลยักของบาหลี และกูยังของดายัก คือคนที่เรียนไสยดำ
ผีกระสือกลัวอะไร
แหล่งไทยบอกว่ากระสือกลัวหนามเกี่ยวไส้ ชาวบ้านจึงเอาหนามพุทราสะไว้ใต้ถุนเรือน เขมรใช้กิ่งหนามรอบบ้านกันอาบ มลายูปลูกใบเตยหนามรอบบ้านกับสับปะรดใต้ถุนกันเปอนังกาลัน ส่วนฟิลิปปินส์ใช้กระเทียมกับเกลือกันมานานังกัล
ผีปอบเกิดจากอะไร
คนอีสานเชื่อว่าปอบเกิดจากคนที่เรียนมนต์หรือเรียนเป็นผีฟ้าผีแถนแล้วรักษาไม่ได้ หรือผิดคะลำ บางบ้านเชื่อว่าสืบทอดในครอบครัวเป็นปอบเชื้อ แต่อีกแหล่งที่เล่าความเชื่อผีลาวและอีสานจัดผีปอบเป็นผีเผต คือขวัญของคนที่ทำชั่วในชาติก่อนหรือตายอย่างน่าเศร้า สองแหล่งนี้ไม่ตรงกัน
ผีปอบกลัวอะไร
แหล่งของเราไม่ได้บอกของที่ปอบกลัว บอกแต่วิธีจัดการ คือให้หมอผีทำพิธีจับปอบ แล้วขังไว้ในโมงข้อง
ผีกระสือกับกระหังต่างกันยังไง
กระสือสิงอยู่ในตัวผู้หญิง ลอยออกมาเป็นหัวกับไส้ กินเครื่องในหญิงคลอดลูกหรือทารก กระหังเป็นผู้ชายที่เล่นไสยจนอาคมเข้าตัว บินด้วยกระด้งเป็นปีกและสากเป็นหาง แล้วกินของโสโครก
ผีกระสือแต่ละประเทศเรียกว่าอะไร
ในข้อมูลของเรา เขมรเรียกว่าอาบ เวียดนามเรียกหม่าลาย มลายูเรียกเปอนังกาลัน บาหลีเรียกเลยัก ชาวดายักในกาลิมันตันเรียกกูยัง และฟิลิปปินส์เรียกมานานังกัล ซึ่งแยกร่างท่อนบนแทนที่จะถอดแค่หัว
ผีกระสือกินขี้ไหม
แหล่งไทยที่เราตรวจบอกว่ากระสือกินตับไตไส้พุงหญิงคลอดลูกหรือทารก ไม่ได้พูดถึงอุจจาระ ตัวที่กินของโสโครกคือกระหัง ส่วนผีหัวลอยที่แหล่งบอกว่ากินอุจจาระคือหม่าลายของเวียดนาม
ผีกระสือ ผีปอบมีจริงไหม
Mythsensus ไม่ตัดสินว่าผีมีจริงหรือไม่ เราบอกได้แค่ว่าความเชื่อแบบกระสือมีอยู่ใน 9 ความเชื่อจาก 7 ชนชาติในอุษาคเนย์ และแหล่งเรื่องปอบบันทึกคำอธิบายทางมานุษยวิทยาว่าความเชื่อนี้เป็นกลไกของความไม่ไว้ใจกันในชุมชน
แหล่งที่มาของความเชื่อที่อ้างถึง (24)
ดูรายชื่อทั้งหมด 32 ความเชื่อ
เอเชีย (15) · กระหัง · หม่าลาย (คล้ายกระสือ) · มานานังกัล · เลยัก · ชาวเนอรอยที่กลายเป็นหมาป่า · อิจิจามะ (วิญญาณคนเป็น) · เบอกูกันจัง ("ผียาว") · หมาลาย (ผีหัวลอย) · กูยัง (ผีหัวลอยไส้ห้อย) · ปอจง (ผีห่อผ้าตราสัง) · แม่ธมบ/ยายธมบ (หมอผี/แม่มด) · ผีปอบ · ฮันตูรายา (ผีใหญ่) · ซิกบิน · ญีราราคีดุล (ต้นเรื่องซุนดา)
แอฟริกา (4) · แม่มด (อาบายีโฟ) · นกสายฟ้า · นโดกี (แม่มด/ผู้ใช้พลังในทางร้าย) · บัตซาคัตซี (ผู้ทำร้าย/แม่มด)
ยุโรป (4) · นาวาลลี (ผู้แปลงร่าง) · ชาวเนอรอยที่กลายเป็นหมาป่า · อือเออร์ · อูปีร์ (ผีดิบดูดเลือด) / สตชืกา
อเมริกา (11) · นาวาลลี (ผู้แปลงร่าง) · ปิชตาโก (ผู้เชือดเอาไขมัน) · ซูเซ · ปิชตาโก (ผู้เชือดคอ) · คาริซีรี (ผู้เชือดคอ) · นฟุมเบ · เงา (ที่ถูกจับ) · บากรู · สกินวอล์กเกอร์ (แม่มดแปลงร่างสัตว์) · วินดิโก · อูนิฮิปิลี (วิญญาณในกระดูกที่ถูกเลี้ยง)
วิธีนับ: รวบรวม 370 ความเชื่อจากทุกทวีป ทั้งที่ยังมีคนนับถือและอารยธรรมโบราณ จากแหล่งหลายสิบภาษา นับ 1 ความเชื่อเป็น 1 เสียง และนับเฉพาะที่มีแหล่งยืนยัน ความเชื่อที่ไม่ปรากฏในหน้านี้ไม่ได้แปลว่าไม่มีความเชื่อนั้น อาจแค่ยังไม่มีเอกสารที่เราค้นถึง ศาสนาที่มีคัมภีร์มาก (พุทธ ฮินดู จีน ยิว คริสต์ อิสลาม) จึงมีรายละเอียดมากกว่าความเชื่อที่เล่าปากต่อปาก ข้อมูลบางส่วนมาจากบันทึกของมิชชันนารีหรือคนนอก หน้านี้ไม่ได้ตัดสินว่าความเชื่อไหนถูก
อ่านต่อ: ผีมีกี่แบบ คนตายเห็นเราไหม · ตายแล้วไปไหน ทุกคำถาม
ดูว่า 26 ศาสตร์เห็นตรงกันเรื่องไหนของคุณ →